posttoday
รุมสกัด4ปัจจัยเสี่ยงศก.

รุมสกัด4ปัจจัยเสี่ยงศก.

08 กุมภาพันธ์ 2553

กรณ์พิงฝาเพิ่มรายได้แก้ปมงบฯประจำบาน

โพสต์ทูเดย์ — กรณ์หาช่องขยายฐานภาษีเอกชนเป็นพระเอกลงทุน

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีการวิเคราะห์ภาระงบประมาณระยะยาว พบปัญหาว่าเพิ่มขึ้นจนต้องเข้าไปควบคุม เพราะฐานภาษีที่อยู่เท่าเดิมเก็บได้ 15% ของจีดีพี ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับต่างประเทศเก็บได้ 2030% ของจีดีพี บางประเทศเก็บได้ 50% ของจีดีพี

ฉะนั้น ประเทศที่เก็บภาษีได้มากรัฐบาลก็มีภาระหน้าที่ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาก ในส่วนของคลังไม่ต้องการให้รัฐบาลมีบทบาทในเศรษฐกิจมากขนาดนั้น แต่อย่างน้อยที่สุดรัฐบาลต้องมีเงินเพียงพอดูแลคนด้อยโอกาส

โดยในปีงบประมาณ 2554 เก็บรายได้ 1.65 ล้านล้านบาท มีงบประมาณรายจ่ายประจำ 1.63 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นว่าแค่ค่าเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเรียนฟรีก็หมดเงินแล้ว ยังดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง

ดังนั้น กระทรวงการ คลังจึงมีโจทย์ ในเรื่องการจัดเก็บรายได้ที่ต้องมีการขยายฐานภาษี การเพิ่มอัตราภาษี การหารายได้อื่นๆ มาเสริม เป็นเรื่องที่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไร แต่สิ่งที่ชัดเจนต้องดูเรื่องรายจ่าย เพราะหากเป็นไปได้ก็ไม่อยากเพิ่มภาระให้กับประชาชน โดยเฉพาะภาษีหลักๆ ที่ความจริงควรจะลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้น

นายกรณ์ กล่าวว่า การใช้นโยบายการคลังในปี 2553 จะเห็นว่าตัวที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริงๆ คือ ภาคเอกชนจะมีบทบาทมากขึ้นเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยในปีที่ผ่านมาการใช้เงินของรัฐบาลกระตุ้นการลงทุนเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเดินได้

โดยในปี 2552 มีเงินงบประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท รวมงบกลางปีแล้ว 2 ล้านล้านบาท ขณะที่ปี 2553 มีเงินงบประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท มีเงินลงทุนจากพ.ร.ก.ที่จะเบิกจ่าย 2 แสนกว่าล้านบาท รวมเป็น 2 ล้านล้านบาท จะเห็นว่าเม็ดเงินของรัฐบาลเท่าๆ กัน ดังนั้นต้องดูแลการเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นเงินของภาครัฐที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจปีนี้จะลดลง ส่งผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ

ดังนั้น ขณะนี้เป็นหน้าที่ของเอกชนที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวกลับมา การส่งออกดีขึ้น การบริโภคภายในประเทศขยายตัว และการลงทุนก็เพิ่มขึ้น มีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาเป็น 70% ซึ่งการลงทุนเอกชนใหญ่กว่ารัฐบาล มีเม็ดเงินการลงทุนมากกว่ารัฐบาลกว่า 2 เท่า หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับรัฐบาลที่มีแค่ 5 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นหากเอกชนเคลื่อนจะมีผลทางเศรษฐกิจมากกว่ารัฐบาล

เมื่อเอกชนดีขึ้นแล้ว รัฐบาลก็มีหน้าที่จากเติมส่วนที่ขาดในปีที่แล้ว ในปีนี้ก็ต้องรักษาบรรยากาศการลงทุนไว้ให้ได้ จะทำให้เศรษฐกิจโต 3.5% ต่อปี หรืออาจจะดีกว่านั้น จะเห็นว่าปีนี้บทบาทของรัฐบาลในแง่ตัวเงินยังมากอยู่ แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ดูในแง่การขาดดุลในปีนี้ในงบประมาณ 3.5% ของจีดีพี นอกงบประมาณอีก 2% ของจีดีพี เป็น 5% ของจีดีพี ลดลงจากการขาดดุลในปีที่แล้วเล็กน้อย ถือว่าอยู่ในระดับที่พอดี

นายกรณ์ กล่าวว่า ปี 2553 เป็นการเน้นโครงการไทยเข้มแข็งที่ใช้เงินจาก พ.ร.ก. ที่อยู่อีก 3.5 แสนล้านบาท ให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ คาดว่า 2 แสนล้านบาท จะเบิกได้ในปีนี้ และอีก 1.5 แสนล้านบาท จะเบิกในปีงบประมาณ 2554

สำหรับนโยบายกึ่งการคลัง การผลักดันสถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม จะเห็นว่าปีที่ผ่านมาปล่อยกู้ได้ 1 ล้านล้านบาท เป็นการปล่อยหนี้ใหม่ 2.5 แสนล้านบาท เป็น 3% ของจีดีพี เป็นส่วนสำคัญในการช่วยภาคเอกชน ปีนี้ก็เช่นกันในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐมีเป้าขยายสินเชื่อ 10% เป็นการปล่อยกู้ให้กับประชาชนและเอสเอ็มอี

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน