posttoday
ผุดศูนย์ค้าส่งฯดอนเมือง

ผุดศูนย์ค้าส่งฯดอนเมือง

16 พฤษภาคม 2554

 รอลุ้นบอร์ดทอท.เคาะ26พ.ค.ช่วยเอสเอ็มอีไทยแข่งสินค้าจีน

 รอลุ้นบอร์ดทอท.เคาะ26พ.ค.ช่วยเอสเอ็มอีไทยแข่งสินค้าจีน

“อลงกรณ์” หวังบอร์ด ทอท.อนุมัติตั้งศูนย์ค้าส่งค้าปลีกไทยที่ดอนเมือง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (บอร์ด ทอท.) ในวันที่ 26 พ.ค. จะมีการพิจารณาแนวทางจัดตั้งศูนย์ค้าส่งค้าปลีกไทยนานาชาติที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งจะเป็นโอกาสดีให้กับผู้ประกอบการไทยมีช่องทางการค้าได้เพิ่มขึ้น

การประชุมครั้งนี้คาดหวังว่าจะ มีการอนุมัติเรื่องดังกล่าว โดยจะกำหนดรูปแบบทางธุรกิจที่เหมาะสมเป็น 2 ทางเลือก คือ 1.ทาง ทอท.จะเป็นผู้ลงทุนเอง 2.เอกชนเข้ามาเป็นผู้ลงทุน โดยปรับปรุงอาคารคลังสินค้าที่มีอยู่แล้วแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นของกรมธนารักษ์จะต้องโอนอำนาจมาให้เอกชนทำการบริหาร หรือให้เอกชนเข้ามาปรับปรุงและได้รับสิทธิ์ในการเช่าพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าบอร์ด ทอท.จะเลือกรูปแบบไหนทางกระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้มีการจัดทำศูนย์ค้าส่งค้าปลีกในลักษณะศูนย์แสดงสินค้าต้นทุนต่ำเพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (เอสเอ็มอี) มีโอกาสในการเข้าไปใช้พื้นที่ด้วยเงินลงทุนที่ไม่มากโดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกที่เข้าไปใช้พื้นที่ควรได้รับการสนุบสนุนหรือการจูงใจทางด้านเงินลงทุนที่ใช้จำนวนไม่มาก เพื่อให้สามารถลดต้นทุนแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้

น.ส.พิกุล ทักษิณวราจาร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า พื้นที่ที่จะนำมาจัดตั้งศูนย์ค้าส่งค้าปลีกนานาชาตินั้น จะเป็นคลังสินค้าที่เคยเป็นแอร์คาร์โกเก่าจำนวน 4 คลัง ประกอบด้วย คลังที่ 1 พื้นที่ประมาณ 2.5 หมื่นตารางเมตร คลังที่ 2 พื้นที่ 3.5 หมื่นตารางเมตร คลังที่ 3 พื้นที่ 2.5 หมื่นตารางเมตร และคลังที่ 4 พื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร

เงินลงทุนที่คาดว่าจะใช้ก่อสร้างศูนย์ค้าส่งค้าปลีกนั้นอยู่ที่ประมาณ 100-200 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในลักษณะของการปรับปรุงสถานที่อย่างเดียว แต่หากจำเป็นต้องก่อสร้างเพื่อเป็นศูนย์แสดงสินค้าแห่งใหม่ คาดว่าต้องใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และจะเข้าตามหลักเกณฑ์พ.ร.บ.ร่วมทุนของโครงการรัฐและเอกชน ที่จะต้องเปิดประมูล

ทั้งนี้ การเข้ามีส่วนร่วมของภาคเอกชนนั้นทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ขอให้ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และหอการค้าแห่งประเทศไทย ไปรวบรวมตัวเลขว่าจะมีเอสเอ็มอีกี่รายที่สนใจเข้าร่วมในโครงการนี้ กรมจะเข้าไปประสานให้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยได้มากขึ้น

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ค้าส่งค้าปลีกจะต้องจัดตั้งเป็นคณะกรรมการกลางที่มีตัวแทนจากภาคเอกชนและรัฐบาลเพื่อบริหารโครงการ

นอกจากนี้ ต้องจัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้าระดับประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเป็นโครงการระดับชาติที่ลงทุนและดูแลโดยคนไทยทั้งหมด ไม่ควรมอบหมายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งดูแล

ปัจจุบัน ธุรกิจเอสเอ็มอีมีจำนวน 2.9 ล้านราย สร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจกว่า 3.42 ล้านล้านบาท โดยมีมูลค่าการส่งออก 1.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 28.26% ของมูลค่าส่งออกรวมของประเทศ และมีการจ้างงาน 12.6 ล้านคน คิดเป็น 78% ของการจ้างงานรวมของประเทศ

“สาเหตุของการจัดตั้งศูนย์ค้าส่งค้าปลีกของไทยขึ้นมา เนื่องจากจีนเตรียมเข้ามาเปิดศูนย์ค้าส่งนานาชาติในไทย และอาจทำให้เกิดการแข่งขันกับสินค้าไทย จึงจำเป็นต้องหาช่องทางตลาดมาช่วยเอสเอ็มอีด้วย” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน