
SCB ครองแชมป์ผลตอบแทนสูงสุด
ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี 52ยังครองแชมป์ธนาคารที่ให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) สูงสุด
ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี 52ยังครองแชมป์ธนาคารที่ให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) สูงสุด
สิ้นปี 2552 ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ภายใต้การนำของ “กรรณิกา ชลิตอาภรณ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ยังครองแชมป์ธนาคารที่ให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) สูงสุด 15.5% เทียบธนาคารขนาดใหญ่ด้วยกัน แม้ว่า ROE จะลดลงจากปี 2551 และขนาดของสินทรัพย์จัดว่าเป็นธนาคารใหญ่อันดับสาม อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) สูงสุดอยู่ที่ 1.6% และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงสุด เช่นกัน ปีนี้ SCB ไม่ได้ตั้งเป้าหมายใดเกี่ยวกับ ROE เพียงแต่มีเป้าหมายว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 17% จากปี 2552 และสินเชื่อรวมเติบโต 7-10% โดยการเติบโตจะมาจากทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงบริษัทในเครือ SCB จัดว่าเป็นธนาคารที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูง ภายใต้ความแข็งแกร่งของฐานทุน จำนวนสาขาและเอทีเอ็มที่มาก เป็นธนาคารที่หลายธนาคารต้องการจะเป็น โดยเฉพาะธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ถึงกับตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นธนาคารที่มี ROE สูงเป็น 1 ใน 3 ธนาคารแรกของไทย และ BAY ก็สามารถไต่ระดับมาได้เรื่อยๆ ท่ามกลางธนาคารส่วน ใหญ่ที่ ROE ลด แม้ตัวเลขยังไม่ถึงสองหลักก็ตามปีนี้จึงเป็นปีที่เชื่อว่าจะเป็นปีเสือดุของธุรกิจการให้สินเชื่อ
โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลที่ทั้งสองธนาคารต่างเป็นรายใหญ่ในตลาดทั้งนี้ รายได้ของ SCB มาจากสินเชื่อบุคคลสูงถึง 60% เทียบ BAY ที่ 42% โดย BAY ตั้งเป้าไปให้ถึง 50% ในปี 2553“กรรณิกา” เชื่อว่า แม้ปีนี้สินเชื่อบุคคลจะมีการแข่งขันสูง แต่ SCB ยังสามารถเติบโตได้เนื่องมาจากมีพอร์ตที่ใหญ่พอ โดยจะเน้นทั้งสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัยเธอกล่าวว่าปีนี้เศรษฐกิจน่าจะดีกว่าปี 2552 แต่ยังเปราะบาง เนื่องมาจากสถานการณ์การเมือง โดยคาดว่าตัวเลขการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะเติบโต 3.5-4.5% ทำให้ตั้งเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อไว้ 2 เท่าของจีดีพีเป้าหมายที่ “กรรณิกา” ตั้งไว้ นอกเหนือไปจากรายได้และการเติบโตสินเชื่อในปี 2553 คือ ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิจะเพิ่มจาก 3.4% ในปี 2552 เป็น 3.5-3.8% รายได้ค่าธรรมเนียมจาก 14% เป็น 17%ซิตี้กรุ๊ป ยังแนะนำซื้อหุ้น SCB
โดยให้อันดับความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ จากปัจจัยดังนี้ประการแรก ปี 2553 SCB เน้นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และ SMEs โดยความไม่แน่นอนของการเมืองจะฉุดการเติบโตของสินเชื่อเพื่อการบริโภคและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ประการที่สอง BAY เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในระยะกลางในสินเชื่อเพื่อการบริโภคของ SCB ประการที่สาม SCB พอใจในฐานทุนที่แข็งแกร่งโดยไม่เน้นการซื้อกิจการประการที่สี่ ฐานทุนที่สูงจะส่งผลเสียต่อ ROA แต่ปันผลที่สูงจะส่งผลดีต่อมูลค่าหุ้นสำหรับนโยบายในการดำเนินธุรกิจของ SCB ใน 3 ปีข้างหน้าจะเน้นสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) และภายใน 4 ปีจะเติบโตจากทั้งสินเชื่อรายใหญ่และ SMEs m







