
เลือกตั้งดันเงินสดมือปชช.พุ่ง
ธปท.จับตาตัวเลขเดือน พ.ค.เริ่มทะยาน2.4หมื่นล้านยันไม่พบผิดปกติ
ธปท.จับตาตัวเลขเดือน พ.ค.เริ่มทะยาน2.4หมื่นล้านยันไม่พบผิดปกติ
ธปท.เผยปริมาณเงินช่วงเลือกตั้งยังไม่ผิดปกติ แต่ต้องจับตาดูต่อเนื่อง ด้านปริมาณเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.42 หมื่นล้าน
นางจิตติมา ดุริยะประพันธ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามดูปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบ หลังรัฐบาลประกาศยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 3 ก.ค.ปีนี้ ยังไม่พบปริมาณเงินเพิ่มขึ้นจนผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณเงินสดหมุนเวียนในช่วงนี้จะเพิ่มขึ้นบ้างอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นการเพิ่มตามฤดูกาล ตามปกติในเดือน เม.ย.และ พ.ค.จะมีวันหยุดมากทำให้เงินเพิ่มขึ้นทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้มีความพิเศษที่รัฐบาลประกาศให้เดือน พ.ค.มีวันหยุดพิเศษเพิ่มขึ้นอีก บวกกับภาวะเงินเฟ้อสูง ราคาสินค้าค่าครองชีพแพงขึ้น ย่อมมีผลให้คนมีความต้องการถือเงินสดเพิ่มมากขึ้นอีก
“แม้ปริมาณเงินจะไม่เพิ่มจนผิดปกติ ธปท.ก็จำเป็นต้องติดตามดูปริมาณเงินสะพัดจากการเลือกตั้งต่อไป เพราะมีมากเกินไปอาจจะเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจโดยรวมได้” นางจิตติมา กล่าว
ทั้งนี้ ธปท.รายงานฐานเงินหรือปริมาณเงินสดหมุนเวียนในมือประชาชนและเงินฝากสถาบันการเงินที่ ธปท. ล่าสุด ณ วันที่ 6 พ.ค.ปีนี้ อยู่ที่ระดับ 1.227 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.42 หมื่นล้านบาท จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 1.203 ล้านล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ความเสี่ยงมหภาค ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า การเลือกตั้งใหม่จะทำให้ เงินถึงมือประชาชนได้ดีกว่าเงินลงทุนของรัฐโดยทั่วๆ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลคาดว่าจะใช้งบประมาณในการดำเนินการ 3,800 ล้านบาท ส่วนของพรรคการเมืองนั้น ตามกฎหมาย สส. 1 คน สามารถใช้เงินได้ 1.5 ล้านบาท ปัจจุบันมี สส.ได้ 500 คน คาดว่าพรรคใหญ่คงส่งผู้สมัครครบทุกเขต เท่ากับว่าต้องใช้เงินอย่างน้อย 750 ล้านบาท เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยก็ต้องใช้เงินแล้ว 1,500 ล้านบาท ยังไม่นับพรรคกลางและพรรคเล็กอีก
รวมจะมีเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ที่ถึงมือประชาชนในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ที่ผู้ได้รับเป็นคนในท้องที่ ยังไม่นับเงินซื้อเสียง
โดยทีเอ็มบีประเมินว่ามูลค่าเงินในช่วงเลือกตั้ง 1 บาท จะทำให้เศรษฐกิจหมุนไปถึง 1.40 บาท เท่ากับว่าถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้มีเงินเข้าสู่ระบบ 1 หมื่นล้านบาท ก็จะมีเงินที่หมุนเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องเป็นกำไรอีก 4,000 ล้านบาท รวมเป็น 1.4 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากรวมปริมาณเงินสดที่มีการซื้อเสียงแล้ว อาจทำให้วงเงินสดในมือประชาชนช่วงการเลือกตั้งเดือน ก.ค.สะพัดไปถึง 2 หมื่นล้านบาท







