
เงินบาทปรับตัวผันผวน ก่อนอ่อนค่าปลายสัปดาห์
...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
เงินบาทในประเทศ (Onshore) ปรับตัวผันผวนก่อนอ่อนค่าช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ ขณะที่เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจากตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 4/2552 ของสหรัฐที่สดใสเกินคาด
อนึ่ง การประกาศผ่อนคลายเกณฑ์เงินทุนไหลออกของธปท. ยังคงส่งผลค่อนข้างจำกัดต่อทิศทางของค่าเงินบาทในระยะสั้น เงินบาทฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าตามการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นโลกในช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังต่อแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจ/ข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด
อย่างไรก็ตาม เงินบาทต้องลดช่วงบวกทั้งหมดและกลับไปอ่อนค่าลงอีกครั้งเช่นเดียวกับทิศทางของตลาดหุ้นในช่วงปลายสัปดาห์
ขณะที่ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและปัญหาการคลังในยูโรโซน หนุนให้เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้น สำหรับในวันศุกร์เงินบาทอ่อนค่ามาปิดตลาดปลายสัปดาห์ที่ระดับ 33.21 เทียบกับระดับ 33.12 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 ม.ค.)
ในสัปดาห์นี้ (วันที่ 812 ก.พ. 2553) จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ นอกจากนี้ ก็น่าจะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย ทั้งนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 1.25% อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ภาวะสภาพคล่องในตลาดเงินที่น่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.9033.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ ประเด็นทางการเมืองในประเทศ สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธปท. และทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาค ขณะที่ทิศทางของเงินเหรียญสหรัฐ อาจขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรอยเตอร์ส/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนก.พ. 2553 (เบื้องต้น) ยอดค้าปลีก ฐานะการคลังเดือนม.ค. 2553 ดุลการค้า สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง/ภาคธุรกิจเดือนธ.ค. 2552 และรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่จะรายงานออกมาในระหว่างสัปดาห์อีกด้วย
ขณะที่เงินเยนผันผวนในทิศทางที่แข็งค่า เงินเยนอ่อนค่าลงช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ หลังการรายงานข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด ก่อนจะดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินเยนของนักลงทุนในช่วงต่อมา หลังจากที่ธนาคารกลางออสเตรเลียสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75% ตามเดิม เงินเยนอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่ เงินเหรียญสหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ (อาทิ ดัชนี ISM ภาคบริการ และรายงานการจ้างงานภาคเอกชน) ที่ออกมาดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ กระนั้นก็ดี เงินเยนลดช่วงติดลบทั้งหมดลง และทะยานขึ้นแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังจากที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากเกินคาดในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 ม.ค. สำหรับในวันศุกร์เงินเยนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 89.43 (ตลาดยุโรป) เทียบกับระดับ 90.30 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 ม.ค.) โดยเงินเยนถูกกดดันจากแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐของผู้นำเข้าญี่ปุ่น และนักลงทุนอื่นๆ เพื่อปรับสมดุลก่อนการรายงานข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐ ในช่วงตลาดนิวยอร์ก
เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ และยูโรโซน ตลอดจนการปรับตัวขึ้นของยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐ หนุนให้ความต้องการเสี่ยงของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินยูโรต้องลดช่วงบวกดังกล่าวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยถูกกดดันจากความกังวลต่อฐานะการคลังที่ย่ำแย่ของกรีซ สเปน และโปรตุเกส ตลอดจนคำกล่าวของประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ระบุว่า ประเทศสมาชิกยูโรโซนหลายประเทศอาจเผชิญกับความไม่สมดุลทางการคลังที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่หนี้สาธารณะและยอดขาดดุลการคลังในระดับสูงจะเพิ่มภาระต่อการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนด้วยเช่นกัน สำหรับในวันศุกร์เงินยูโรร่วงลงมาที่ระดับ 1.3699 (ตลาดยุโรป) เทียบกับระดับ 1.3862 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 ม.ค.) ขณะที่จุดสนใจของตลาดอยู่ที่การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐ ในช่วงตลาดนิวยอร์ก







