posttoday
เบรกพรรคหาเสียงขึ้นค่าแรง

เบรกพรรคหาเสียงขึ้นค่าแรง

13 พฤษภาคม 2554

เอกชนแตะเบรก 2 พรรคใหญ่ กระหน่ำหาเสียงขึ้นค่าแรง เพิ่มต้นทุนธุรกิจ 9 หมื่นล้านบาทต่อปี

เอกชนแตะเบรก 2 พรรคใหญ่ กระหน่ำหาเสียงขึ้นค่าแรง เพิ่มต้นทุนธุรกิจ 9 หมื่นล้านบาทต่อปี

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ต้องการเรียกร้องรัฐบาลใหม่มองภาพของการยกระดับรายได้ออกเป็น 2 กลุ่ม ภาคการเกษตรและผู้ใช้แรงงาน

นโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของพรรคการเมืองที่ชัดที่สุดของ 2 พรรค

ที่เสนอมาคือ พรรคประชาธิปัตย์เสนอขึ้น 25% ภายใน 2 ปี จากค่าจ้างขั้นต่ำปัจจุบัน 159-221 บาทต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นอีก 50 บาทต่อวัน

พรรคเพื่อไทยเสนอขึ้น 300 บาทต่อวัน ยังไม่ชัดเจนเรื่องเวลา ซึ่งการขึ้นค่าจ้างเห็นด้วย แต่ควรแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นพัฒนาฝีมือแรงงานมากกว่า

เอกชนได้ประเมินว่า หากปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 50 บาท จากแรงงาน 5 ล้านคน ผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้นวันละ 250 ล้านบาท ใน 1 เดือน ต้องจ่าย 7,500 ล้านบาท รวม 1 ปี จ่ายเพิ่ม 9 หมื่นล้านบาท เมื่อต้นทุนสูงขึ้น ก็ต้องกระทบต่อราคาสินค้า

ด้านนางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย กล่าวว่า การเพิ่มรายได้ให้กับภาคการเกษตรควรเน้นพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ โดยนโยบายที่พรรคการเมืองเสนอมา ควรชี้แจงด้วยว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาทำ และในระหว่างนี้ ปลัดกระทรวงแต่ละกระทรวงควรมีวางแผนจัดทำงบประมาณปี 2555 ไว้ก่อน เมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่เข้าก็จะได้เสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎรได้ทันที

ขณะเดียวกันศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการไทย ได้สำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. 2554 พบว่าลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ 79.6 จากเดือน มี.ค. อยู่ที่ 79.8

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 70.5 จาก 71 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบันต่ำสุดในรอบ 5 เดือน อยู่ที่ 62.4 จาก 63.7 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต 6 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 78.4 จาก 78.7 โดยเห็นว่าเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจในประเทศ เศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศ และค่าครองชีพแพง

ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำอยู่ที่ 71.1 จาก 71.6 แต่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสหางานทำในอนาคต 6 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น เดือนแรกอยู่ที่ 77.8 จาก 77.7 สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 97.2 จาก 96.8

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในเดือน พ.ค. คาดว่าปัจจัยสำคัญจะอยู่ที่เรื่องการรณรงค์หาเสียง แนวนโยบายของพรรคการเมืองและทิศทางของรัฐบาลหลังเลือกตั้ง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประเทศในครึ่งปีหลัง

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน