
ดัชนีเชื่อมั่นมี.ค.เพิ่มเล็กน้อย
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 48.0 โดยภาคค้าปลีกและภาคบริการค่าดัชนีสูงขึ้น แต่ภาคค้าส่งดัชนียังปรับตัวลดลง เพราะผู้ประกอบการกังวลต้นทุนสูงขึ้น
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 48.0 โดยภาคค้าปลีกและภาคบริการค่าดัชนีสูงขึ้น แต่ภาคค้าส่งดัชนียังปรับตัวลดลง เพราะผู้ประกอบการกังวลต้นทุนสูงขึ้น
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ ประจำเดือนมี.ค. 2554 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก.พ. 2554 พบว่า ดัชนีรวมภาคการค้าและบริการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.0 จากระดับ 47.0 เพิ่มขึ้น 1.0 โดยภาคค้าปลีกค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 46.5 จากระดับ 45.3 เพิ่มขึ้น 1.2 ภาคบริการมีค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 50.3 จาก 48.9 เพิ่มขึ้น 1.4 ส่วนภาคค้าส่งค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 46.7 จากระดับ 47.2 ลดลง 0.5 ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเอง ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 36.8 และ 46.0 จากระดับ 42.1 และ 47.8 ลดลง 5.3 และ 1.8ตามลำดับ
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าดัชนีในเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น การส่งออกยังคงขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าสูงถึง 2.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 30.9% การอุปโภคบริโภคสูงขึ้น รวมทั้งผลจากราคาพืชผลการเกษตรอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์และวันหยุดยาว ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ผู้บริโภคใช้จ่ายมากกว่าปกติ ที่สำคัญการที่รัฐบาลมีแนวทางจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินกว่า 30 บาท/ลิตร ไปจนถึงปลายเดือน มิ.ย. ช่วยให้ผู้ประกอบการคลายความกังวลเรื่องต้นทุน
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นประเภทกิจการ พบว่า ภาคค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีก (สมัยใหม่) ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นในระดับสูงอยู่ที่ 45.8 จากระดับ 44.0 เพิ่มขึ้น 1.8 ผลจากการที่ประชาชนเริ่มจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อของฝากกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาว โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันรัฐบาลมีแนวทางจะใช้เงินกองทุนน้ำมัน ชดเชยราคาน้ำมันดีเซลให้ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ช่วยให้ผู้ประกอบการคลายความกังวลลงได้ระดับหนึ่ง
ภาคบริการ กิจการบริการด้านการก่อสร้าง ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ 50.0 จากระดับ 46.1 เพิ่มขึ้น 3.9 ผลจากผู้ประกอบการมียอดการให้บริการเพิ่มขึ้น จากการให้บริการซ่อมแซมสถานที่ราชการ สถานประกอบการ และที่พักอาศัย ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ส่วนภาคค้าส่ง กิจการค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 48.0 จากระดับ 50.4 ลดลง 2.4 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลด้านต้นทุนการประกอบการ
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 51.4 จากระดับ 51.1 เพิ่มขึ้น 0.3 โดยภาคค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 51.0 และ 52.1 จากระดับ 50.0 และ 51.8 เพิ่มขึ้น 1.0 และ 0.3 ตามลำดับ ส่วนภาคค้าส่ง ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 50.8 จากระดับ 53.0 ลดลง 2.2 สำหรับความเชื่อมั่นต่อต่อเศรษฐกิจประเทศ และต่อธุรกิจตนเอง ค่าดัชนีปรับตัวลดลงอยู่ที่ 45.4 และ 50.4 จากระดับ 53.0 และ 54.0 ลดลง 7.6 และ 3.6 ตามลำดับ







