
เอสซีฯผุด3โครงการกระตุ้นยอดไตรมาส2
เอสซีฯ มั่นใจบ้านแนวราบมาแรง ส่ง 3 โครงการปลุกตลาดไตรมาส 2 พร้อมขนบ้านหรู เกาะรถไฟฟ้าสายสีม่วง
เอสซีฯ มั่นใจบ้านแนวราบมาแรง ส่ง 3 โครงการปลุกตลาดไตรมาส 2 พร้อมขนบ้านหรู เกาะรถไฟฟ้าสายสีม่วง
นายกรี เดชชัย ประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาสแรกมีโครงการใหม่เปิดตัวเพิ่มขึ้น 31.3% โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวเปิดใหม่เติบโต 183.7% และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาทำโครงการแนวราบมากขึ้น เช่นเดียวกับทิศทางบริษัทในปีนี้
นอกจากนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีการเติบโตที่ดี ทั้งจากความต้องการของตลาด และจากการที่มีผู้ประกอบการที่เล่นในตลาดนี้เพียงไม่กี่ราย โดยเอสซีฯ ยังคงเน้นกลยุทธ์กระจายทุกเซ็กเมนต์ที่อยู่อาศัยให้ครอบคลุม ซึ่งปีนี้เป็นการขยับขึ้นมารุกตลาดบนอย่างจริงจัง เนื่องจากมองเห็นโอกาสในตลาด
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัว 3 โครงการใหม่ในไตรมาส 2 นี้ มูลค่ารวมกว่า 3,800 ล้านบาท ได้แก่ บ้านเดี่ยวกลุ่ม 56 ล้านบาท ไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด ปิ่นเกล้าเพชรเกษม บนพื้นที่กว่า 42 ไร่ จำนวน 173 ยูนิต ขนาด 50-70 ตารางวา พื้นที่ 170-210 ตารางเมตร และไลฟ์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์จรัญสนิทวงศ์ 13
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดโครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับบน ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นทำเลที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากเป็นโครงการส่วนต่อขยายไปยังชานเมืองที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและคืบหน้ามากที่สุด โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับยอดขายในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเชื่อว่าจะรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะมุ่งเติบโตไม่ให้ต่ำกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม แม้ว่าในปีนี้จะมีปัจจัยกดดันทั้งจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยขาขึ้น แต่เชื่อว่ากำลังซื้อปีนี้คงไม่แตกต่างจากปีก่อน แม้จะมีหลายปัจจัยลบกระทบให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อไปบ้าง
ซึ่งการที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออกแคมเปญสินเชื่อบ้านหลังแรก อัตราดอกเบี้ย 0% คงที่ 2 ปี ให้ผู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท คงจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตมากขึ้น แต่มีผลเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยภายใต้แคมเปญดังกล่าวนี้มีวงเงินจำกัดเพียง 5 หมื่นล้านบาท







