
กฟผ.พึ่งถ่านหินป้อนโรงไฟฟ้าใหม่
กฟผ.ลุ้นส่งโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่เข้าระบบ ตามแผนพีดีพี 2010 ทดแทนนิวเคลียร์
กฟผ.ลุ้นส่งโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่เข้าระบบ ตามแผนพีดีพี 2010 ทดแทนนิวเคลียร์
นายสมบูรณ์ อารยะสกุล รองผู้ว่าการพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พยายามผลักดันให้โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรก กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 25532573 หรือพีดีพี 2010 เข้าระบบให้ทันในปี 2562 เนื่องจากไทยจำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอื่นๆ มาเสริม นอกเหนือจากก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับเมื่อเลื่อนแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกไป 3 ปี จะทำให้สัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มจาก 70% เป็น 80% ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านพลังงาน
แหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะเริ่มทยอยหมดลงใน 20 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องวางแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เสริมระบบมากขึ้น ซึ่งยอมรับว่าราคาแพง แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงหากการจัดส่งก๊าซธรรมชาติในประเทศมีปัญหา ยังสามารถดึงแอลเอ็นจีเข้ามาใช้ผลิตไฟฟ้าได้
“ถ่านหินเป็นอีกเชื้อเพลิงหนึ่งที่จำเป็นต้องนำมาเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า บรรเทาปัญหาค่าไฟแพงกรณีน้ำมันราคาสูง กระทบต่อราคาก๊าซ ส่วนปัญหามลพิษที่เป็นห่วงกันคงไม่มี เพราะเลือกใช้เป็นถ่านหินนำเข้าที่มีคุณภาพและยังมีสำรองทั่วโลกที่ใช้ได้มากนับอีก 100 ปี” นายสมบูรณ์ กล่าว
นายสมบูรณ์ กล่าวว่า กฟผ.พยายามทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อสะท้อนข้อเท็จจริงถึงความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ ส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน สามารถทดแทนการผลิตไฟฟ้าได้ไม่เกิน 20% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ที่เหลือก็ยังต้องพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และนิวเคลียร์
กรณีปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดความกังวลถึงความปลอดภัยจนต้องเลื่อนแผนออกไป 3 ปีนั้น ทำให้มีเวลาสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชน เพราะกรณีญี่ปุ่นเป็นโรงไฟฟ้าเก่าอายุเกือบ 40 ปี ที่ตั้งก็อยู่ในเขตวงแหวนไฟ ต่างจากไทย ความเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวน้อยมาก







