
กำไรแล้ว7.5พันล.
‘ออมสิน’แสดงแสนยานุภาพลงทุนซื้อมาขายไปฟาด3-4%
‘ออมสิน’แสดงแสนยานุภาพลงทุนซื้อมาขายไปฟาด3-4%
ออมสินโชว์กำไรอู้ฟู่ 7,500 ล้านบาท ฝีมือบริหารการลงทุนสุดแจ่ม เน้นซื้อมาขายไปฟันกำไร 3-4%
นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการ ธนาคารออมสินอาวุโส กลุ่มลงทุนและบริหารเงิน เปิดเผยว่า ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารมีกำไรแล้วทั้งสิ้นราว 7,500 ล้านบาท
กำไรที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากการบริหารเงินลงทุนและการบริหารสภาพคล่องที่มีอยู่กว่า 3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 20% ของสินทรัพย์รวม ที่เหลืออีก 80% มาจากการปล่อยสินเชื่อ
“การบริหารเงินลงทุนของธนาคารจะใช้วิธีการลงทุนในตลาดเงิน หลักทรัพย์ ตราสารหนี้ และกองทุนอื่นๆ ควบคู่ไปกับการปล่อยสินเชื่อ เพราะผลตอบแทนในแต่ละส่วนแตกต่างกัน โดยในส่วนของผลตอบแทนจากตลาดการเงินอยู่ที่ 2.29% ขณะที่ผลตอบแทนจากตลาดทุนอยู่ที่ 3.8-4%
ทั้งนี้ ในพอร์ตการลงทุนของธนาคารออมสินจำนวน 3 แสนล้านบาทนั้น แบ่งเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ 15% หรือ 4.5 หมื่นล้านบาท ลงทุนในตราสารหนี้ 75% หรือกว่า 2.25 แสนล้านบาท และกองทุนต่างประเทศอีก 10% หรือร่วม 2 หมื่นล้านบาท
นายธัชพล กล่าวว่า การบริหารพอร์ตลงทุนของธนาคารในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะเน้นการขายทำกำไรมากกว่าการซื้อเก็บ เพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนค่อนข้างสูงถือเป็นความเสี่ยง จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารพอร์ตลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด ส่งผลให้ช่วง 2 ปี มีผลตอบแทนจากการบริหารการลงทุนทั้งหมดราว 50%
ดังนั้น ปีที่ผ่านมาธนาคารมีผลตอบแทนจากตราสารหนี้และหุ้นสูงถึง 7% ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับการปล่อยสินเชื่อ เช่น เมื่อต้นปีที่ผ่านธนาคารได้ขายตราสารหนี้ออกไป 3,000 ล้านบาท ได้กำไร300 ล้านบาท และช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นที่ถืออยู่ 700-800 ล้านบาท
ปัจจุบันธนาคารออมสินมีสินทรัพย์รวมกว่า 1.58 ล้านล้านบาท เพิ่มจากสิ้นปีซึ่งอยู่ที่ 1.25ล้านล้านบาท มีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5หมื่นล้านบาทจากปีก่อน รวมทั้งมีเงินฝากรวมทั้งสิ้น 1.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.05 แสนล้านบาท
นายธัชพล กล่าวอีกว่า หลังจากที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันคุ้มครองฝาก จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ จะส่งผลทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์มาที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมากขึ้น โดยในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารมียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นกว่า 5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีเงินฝากรวมราว 1 แสนล้านบาท
“การที่เงินฝากเพิ่มขึ้นมากเพราะมาจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนดี และเป็นสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง รวมทั้งยังมีเงินฝากที่มาจากรัฐวิสาหกิจที่ย้ายการลงทุนจากพันธบัตรของรัฐบาลเกาหลีที่ครบอายุ นำมาฝากที่ธนาคารด้วย” นายธัชพล กล่าว
สำหรับการบริหารสภาพคล่องนั้นก็จะเน้นการเร่งปล่อยสินเชื่อก่อนเพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่า การลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุน และควรบริหารสภาพคล่องให้อยู่ที่ 10% ของสินทรัพย์ ที่มีอยู่ 1.58 ล้านล้านบาท







