posttoday
ลั่นกลับมาขึ้นภาษีรถแน่

ลั่นกลับมาขึ้นภาษีรถแน่

06 พฤษภาคม 2554

กรณ์ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแก้ปมเอ็นจีวีแอลพีจีให้ลงตัว

กรณ์ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแก้ปมเอ็นจีวีแอลพีจีให้ลงตัว

กรณ์ลั่นกลับมาสะสางภาษีรถยนต์แน่

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า หลังนายกรัฐมนตรีมีการประกาศยุบสภาจะต้องจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจจำเป็นต้องมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ และหากมีรัฐบาลรักษาการเป็นเวลานานก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นได้

นายกรณ์ กล่าวว่า งานของกระทรวงการคลังนั้นได้จัดโครงการองค์กรและแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีระยะยาวไว้ให้รัฐบาลใหม่แล้ว โดยเรื่องแรกที่ รมว.คลังคนใหม่ต้องเข้ามาดำเนินการคือ การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ที่ให้เปลี่ยนการจัดเก็บภาษีจากขนาดเครื่องมาเป็นวัดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นมลพิษต่อสังคม

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ไปพิจารณาปรับรายละเอียดให้มีความเหมาะสม เนื่องจากกระทรวงพลังงานเห็นว่ามีบางข้อไม่สอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะอัตราภาษีของรถยนต์ที่ใช้เอทานอลกับก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวี ที่เก็บ 30% ยังเป็นอัตราที่ไม่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรถยนต์ประเภทอื่นๆ ที่มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะรถยนต์ประเภทไฮบริดที่เก็บแค่ 20% และรถที่ใช้ไฟฟ้าเก็บภาษีเพียง 10% คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือน เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่รัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการได้ทันที

“ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะได้กลับมาบริหารประเทศอีกหรือไม่ แต่ถ้าได้กลับมาก็จะเร่งสานต่อนโยบายในส่วนต่างๆ ที่ได้ทำไว้ อาทิ การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ การแก้หนี้นอกระบบ รอบ 2” นายกรณ์ กล่าว

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม.มีการหารือเรื่องนี้และมีความเห็นที่แตกต่างกัน นายกรัฐมนตรีจึงให้ไปหาข้อสรุปแนวทางการปรับโครงสร้างภาษี โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ คือ ประหยัดพลังงาน มีมาตรฐานความปลอดภัย การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และต้องสนับสนุนพลังงานทดแทน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเสนอให้มีการเก็บภาษีรถยนต์จากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) โดยรถยนต์นั่งหากปล่อยเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ต้องเสียภาษีเพิ่ม 5% แต่หากปล่อยน้อยกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะได้ลดภาษี 5% ขณะที่รถกระบะหากปล่อยเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ต้องเสียภาษีเพิ่ม 2% และรถดับเบิลแค็บ หากปล่อยเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร ต้องเสียภาษีเพิ่ม 3% โดยให้เวลาปรับตัว 3 ปี

ผลของการปรับภาษีใหม่จะทำให้ค่ายรถยนต์โดยเฉพาะปิกอัพจะต้องมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นคันละ 5,000-7,000 บาท ส่วนรถเก๋งก็จะมีภาระเพิ่มขึ้นร่วม 2 หมื่นบาท แต่หากมีการปรับตัวก็จะมีภาระภาษีลดลงในสัดส่วนเดียวกัน

สำหรับการแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ย ที่ต้องทบทวนรายละเอียดใหม่ เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการให้ปุ๋ยแต่ละสูตรมีราคาเดียวกัน ทางกรมการค้าภายใน ที่จะไปเจรจากับผู้ประกอบการ เพื่อกำหนดเพดานราคาปุ๋ยทั้ง 56 สูตร เพื่อกำหนดราคาเพดาน และจะเสนอรายละเอียดให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบอีกครั้งในวันนี้เบื้องต้น ปุ๋ยราคาถูกรัฐบาลจะช่วยเหลือเกษตรกร 1.50 บาทต่อกิโลกรัม ต้องใช้เงินงบประมาณ 2,250 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการไปควบคู่กับการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยชาวนาซื้อปุ๋ยราคาถูก ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน