
กระทรวงการท่องเที่ยวฯวาดฝันดึงต่างชาติเที่ยวไทย 17 ล้านคน
ช่วงที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศความคุกรุ่นทางการเมืองที่ร้อนระอุตลอดระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา
ช่วงที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศความคุกรุ่นทางการเมืองที่ร้อนระอุตลอดระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา
ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้ตามศักยภาพที่ควรจะเป็น รวมถึงการสร้างรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เมื่อภาพรวมด้านการท่องเที่ยวที่เป็นจริง สวนทางกับตัวเลขทางการท่องเที่ยวของหน่วยงานภาครัฐกับเอกชน ได้สร้างความสับสนให้กับคนในอุตสาหกรรมและการดำเนินงาน ทั้งกลยุทธ์ การลงทุน ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศในอนาคต
สุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล่าว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านสถิติ ได้จัดทำโครงการสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีผลต่อการท่องเที่ยวไทย ระหว่างวันที่ 9-30 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยว 1,200 คน แบ่งเป็นเพศชาย 65.4% เพศหญิง 34.6% เป็นบุคลากรจากภาคเอกชน 78% ภาครัฐ 17.6% ระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี 24.2% ปริญญาตรี 40.9% และต่ำกว่าปริญญาตรี 34.9% โดยนักท่องเที่ยวที่ทำการสำรวจในครั้งนี้ เจาะจงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เตรียมเดินทางกลับประเทศ ทางกระทรวงได้แจกแบบสอบถามบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม คิงเพาเวอร์ ใบหยก 2 เป็นต้น
ทั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่รับบริการจากประเทศไทย รวมถึงเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางการเมือง พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ 84.7% ไม่กังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย และเหตุผลดังกล่าวไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง 14.3% มีความกังวลใจต่อเหตุการณ์ทางการเมือง และ 1% ไม่แสดงความคิดเห็น โดยผลการสำรวจที่ออกมาสะท้อนได้ว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวเข้าใจต่อเหตุการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่มองว่าการประท้วงเป็นการแสดงออกทางการเมืองหลายประเทศทั่วโลกได้แสดงออกเช่นเดียวกับประเทศไทย ขณะที่ภาพของประเทศไทยในสายตาของนักท่องเที่ยว สัดส่วน 36% ทะเล สัดส่วน 29.5% อัธยาศัยไมตรีจิตของคนไทย สัดส่วน 26.2% พระบรมมหาราชวัง สัดส่วน 25.5% อาหารไทย และสัดส่วน 8.7% เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยว 77.5% มองว่าประเทศไทยมีความคุ้มค่าเงิน 17.8% ไม่คุ้มค่าเงิน และ 4.7% ไม่แสดงความคิดเห็น สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณภาพต่อสิ่งที่พบเห็น สัดส่วน 25.8% ความสะอาดของที่พัก สัดส่วน 23.5% โบราณสถานยังคงสภาพดี สัดส่วน 23.2% ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวกับประเทศไทย สัดส่วน 19.4% ความปลอดภัยระหว่างท่องเที่ยว สัดส่วน 13.6% ความสะอาดของหาดทราย สัดส่วน 12.8% การสัญจรระหว่างท่องเที่ยว สัดส่วน 11.4% ราคาที่พักเทียบกับขนาดห้องพัก และ 10.3% ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การทำแบบสอบถามความคิดเห็นนักท่องเที่ยวในครั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวเตรียมนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับเป็นกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การบริการที่ตรงต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว รวมถึงการเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง โดยมี สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ล่าสุดได้ตั้ง 4 คณะอนุกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพรวม สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 30 หน่วยงาน เข้าร่วมการทำงานกับคณะอนุกรรมการในการประสานความร่วมมือกันทุกฝ่าย เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงไตรมาสแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยราว 5.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความรุนแรงทางการเมือง ขณะที่เทียบกับปีปกติเชื่อว่าจะเติบโตราว 10% สัญญาณดังกล่าวกรมการท่องเที่ยวเชื่อว่าตลอดปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยได้กว่า 17 ล้านคน เทียบกับเป้าปี 2554 ตั้งไว้ 16.5 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 6 แสนล้านบาท
สุพล เล่าว่า กรมการท่องเที่ยวได้เสนอของบประมาณประจำปี 2555 จำนวน 1,778 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมา 1,561 ล้านบาท สำหรับดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม โดยปีหน้าเตรียมเข้าบูรณาการราว 50 แห่ง 2.พัฒนาวิชาชีพมัคคุเทศก์ และ 3. อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว สร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านความร่วมมือกับตำรวจท่องเที่ยว
นอกจากนี้ เตรียมใช้งบประมาณจำนวน 270 ล้านบาท จัดทำป้ายบอกทางแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ซึ่งโครงการนี้เป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2555 การทำป้ายบอกทางจะสมบูรณ์ครบถ้วนทุกจังหวัดทั่วไทย
“กรมการท่องเที่ยวจะเร่งพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันให้กับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว เพื่อหนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวในเอเชีย รวมถึงรองรับการเปิดเสรีเออีซีในอนาคตด้วย” สุพล เล่า
ด้านแนวทางการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงจากบริษัทนำเที่ยว กรมการท่องเที่ยวเตรียมประสานความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กวดขันตรวจสอบเว็บไซต์ที่เปิดขายแพ็กเกจทัวร์หลอกลวงนักท่องเที่ยว โดยต้องเร่งกวดขันในเชิงรุก ซึ่งที่ผ่านมามีการร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้นักท่องเที่ยว ขั้นตอนการตรวจสอบใบทะเบียนอนุญาตก่อนตัดสินใจซื้อทัวร์
สุพล เล่าว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ก่อตั้งกองทุนคุ้มครองนักท่องเที่ยว โดยใช้งบประมาณช่วงแรกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำนวน 20 ล้านบาท สำหรับเยียวยานักท่องเที่ยวที่ถูกหลอกลวง ซึ่งกองทุนจะชดเชยเงินให้กับนักท่องเที่ยว ไม่เกินวงเงินค้ำประกัน กรณีบริษัททัวร์จ่ายช้า พร้อมเรียกเก็บจากบริษัททัวร์ทีหลัง หากจ่ายล่าช้าจะหักเงินประกันที่บริษัททัวร์ประกันไว้ตามกฎหมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับการเยียวยาจากปัญหาที่เกิดขึ้น
“กองทุนนี้จะมีงบประมาณต่อยอดหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา จากการจัดเก็บเงินมัดจำของบริษัททัวร์ หากรายใดทำผิดบ่อยจะถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งวิธีนี้จะช่วยแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงได้ ส่วนพระราชบัญญัติมัคคุเทศก์อาชีพ อยู่ระหว่างการแก้ไขร่างกฎหมายหลายส่วน” สุพล กล่าวทิ้งท้าย







