
คลอดพรบ.ร่วมทุนฯอุดช่องล้างคดีทุจริต
ครม.ไฟเขียวกฎหมายร่วมทุนฯ ฉบับใหม่ วางกรอบลงทุนชัด ปิดช่องทุจริต
ครม.ไฟเขียวกฎหมายร่วมทุนฯ ฉบับใหม่ วางกรอบลงทุนชัด ปิดช่องทุจริต
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ... หรือกฎหมาย PPP ตามกฎหมายนี้จะมาแทน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) โดยจะมีการเขียนบทเฉพาะกาลว่าจะไม่เป็นการลบล้างความผิดให้กับผู้กระทำผิดตามกฎหมายร่วมทุนฉบับเดิม
ร่างพระราชบัญญัติฯ ใหม่มีหลักการสำคัญใน 2 แนวทาง คือการแก้ไขข้อบกพร่องใน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เช่น กระบวนการแก้ไขสัญญา และการต่อหรือขยายอายุสัญญา สองคือ การกำหนดกระบวนการขึ้นใหม่ในการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐทั้งหมดให้มีความชัดเจน และเป็นระบบมากขึ้น
พร้อมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐซึ่งเป็นแผนหลักระดับชาติ
ปัจจุบันหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ให้เอกชนเข้าร่วมงานประสบปัญหาในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ส่งผลให้ภาครัฐต้องสูญเสียประโยชน์หรือเสียเปรียบในการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก
ร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวมีหลักการสำคัญใน 2 แนวทาง คือ 1. การแก้ไขข้อบกพร่อง อุดช่องโหว่ที่มีใน พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ โดยกำหนดบทบัญญัติให้มีความชัดเจน ครบถ้วน เช่น กระบวนการแก้ไขสัญญา และการต่อหรือขยายอายุสัญญา เป็นต้น 2. การกำหนดกระบวนการขึ้นใหม่ในการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐทั้งหมดให้มีความชัดเจน และเป็นระบบมากขึ้น โดยกำหนดให้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐซึ่งเป็นแผนหลักระดับชาติในการกำหนดนโยบายการให้เอกชนเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างมีมาตรฐาน ส่งผลให้ภาครัฐมีกลไกในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
อนึ่ง แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวมีบทบัญญัติกำหนดให้มีผลเป็นการยกเลิก พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ทั้งฉบับ แต่มิได้หมายความว่า เป็นการยกเลิกไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้น การยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ ดังกล่าวจึงไม่มีผลทำให้บุคคลที่กระทำความผิดอยู่แล้วหลุดพ้นความรับผิดแต่อย่างใด ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะรับไปพิจารณาเพิ่มเติมบทบัญญัติให้ชัดเจนในร่างกฎหมายดังกล่าวในชั้นการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป







