
ส.อ.ท.ขอนายกฯช่วยกลุ่มเซรามิก
เอกชนยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเซรามิกและแก้วกระจก เสนอขอวงเงินชดเชย 5,400 ล้าน ระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้เอกชนปรับตัวก่อนที่จะมีการลอบตัวราคาแอลพีจี
เอกชนยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเซรามิกและแก้วกระจก เสนอขอวงเงินชดเชย 5,400 ล้าน ระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้เอกชนปรับตัวก่อนที่จะมีการลอบตัวราคาแอลพีจี
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองเลขาธการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. จะนำเสนอมาตรการการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการ 2 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) คือ กลุ่มแก้วและกระจก และกลุ่มเซรามิก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยจะขอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางควบคุมราคาสำหรับ 2 อุตสาหกรรมดังกล่าวที่ใช้ถังหลอดขนาดใหญ่ โดยใช้มาตรการระบบโควตาคูปอง ซึ่งมีวงเงินสนับสนุนประมาณ 1,800 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี หรือคิดรวมเป็น 5,400 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในมาตรการดังกล่าวให้ผู้ประกอบการที่เป็นขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถใช้ก๊าซแอลพีจีในราคาเดิมได้อีก 3 ปี และหากต้องมีการปรับขึ้นราคาภายใน 3 ปี ขอให้พิจารณาปรับขึ้นเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ปีละไม่เกิน 1 บาทต่อกิโลกรัม รวมเป็น 3 บาทต่อกิโลกรัมในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นขีดความสามารถที่ผู้ประกอบการจะปรับตัวได้ในเวลานี้
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ อีกได้แก่ ขอให้ผู้ใช้ก๊าซแอลพีจีที่ติดตั้งถังหลอดขนาด 48 กิโลกรัม ไม่เกิน 20 ถัง สามารถใช้แอลพีจีได้ในราคาเดิม แทนที่กำหนดไว้เพียง 10 ถัง ขอให้รัฐจัดหาพลังงานทางเลือกที่มีราคาไม่ต่างจากแอลพีจี เช่น ก๊าซธรรมชาติ โดยเพิ่มแนวท่อก๊าซไปยังโรงงานอุตสาหกรรม ให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรไปใช้พลังงานทางเลือก และขอให้รัฐบาลสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับย้ายฐานการผลิตไปยังแนวท่อก๊าซ
“เราสนับสนุนการลอยตัว แต่ต้องการระยะเวลาปรับตัวบ้าง โดยคิดว่ามาตรการวงเงินสนับสนุนคงเป็นไปได้ยาก ขึ้นอยู่กับความจริงใจของรัฐบาลในการช่วยเหลือ ส่วนมาตรการอื่นๆ น่าจะมีความเป็นไปได้มาก กว่า เพราะไม่ต้องใช้เงิน และสามารถดำเนินการได้เลย โดยจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปยื่นต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และจะนัดหารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ และเชื่อว่าแม้ว่ารัฐบาลนี้จะต้องเข้าสู่รัฐบาลรักษาการ ก็คงไม่เป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือ” นายอิศเรศ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ประสานงานกับทางสนพ. ทางสนพ.ก็ได้ไปปรึกษากับบริษัทปตท.แล้วให้ช่วยศึกษาโมเดลการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ โดยเบื้องต้นจะให้ใช้ก๊าซธรรมชาติ (ซีเอ็นจี) นำร่องไปก่อนสำหรับบางโรงงานที่รถขนส่งซีเอ็นจีเข้าถึง
นายวงศ์ชัย ศรีไทย กรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการพยายามปรับตัวมานานแล้วทุกวิธี ทั้งการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ และการลดการใช้พลังงาน หากมีการปรับขึ้นราคาแอลพีจีอีก อาจต้องมีโรงงานปิดตัวลดประมาณ 30% ลดกำลังการผลิตลง 50% และที่เหลือจำเป็นต้องผลิตต่อ เพราะรับคำสั่งซื้อมาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถปรับราคาได้ และจะทำให้เซรามิกไทยแข่งขันกับสินค้าจากจีนไม่ได้เลย







