
แบงก์แห่ยื่นมือปล่อยกู้‘จีสตีล’
หลังสูตรร่วมทุนAMสำเร็จสหวิริยาเดี้ยงกำไรวูบ81%
หลังสูตรร่วมทุนAMสำเร็จสหวิริยาเดี้ยงกำไรวูบ81%
“จี สตีล” เชื่ออาร์เซลอร์ ทบทวนเงื่อนไขสัญญา ได้ตัวช่วย สถาบันการเงินเสนอตัวให้สินเชื่อ ด้านสหวิริยาฯ กำไรหด 81% เหลือ 267 ล้านบาท
การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท จี สตีล (GSTEEL) ประจำปี 2554 ประเด็นสำคัญหลักที่ผู้ถือหุ้นให้ความสนใจซักถามเป็นเรื่องของการได้บริษัท อาร์เซลอร์ มิตตัล (AM) เหล็กเบอร์ 1 ของโลก เข้าร่วมทุน 40% และสัญญาที่เอาเปรียบ 2 เรื่อง คือ การคิดค่าธรรมเนียมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี 2% ของยอดขาย และอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว 12%
นายวิจิตร สุพินิจ ประธานกรรมการบริษัท จี สตีล กล่าวว่าอาร์เซลอร์ซึ่งจะเข้ามาเป็นทั้งผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และผู้ปล่อยกู้ เป็นบริษัทชั้นนำของโลกที่มีธรรมาภิบาลน่าจะรับฟังความคิดเห็นก่อนมีการประชุมประชุมวิสามัญวันที่ 6 มิ.ย.นี้
“เหตุผลที่จี สตีล ต้องมีผู้ร่วมทุนใหม่ เพราะต้องการเงินทุน ซึ่งธุรกิจเหล็กใช้เงินทุนสูง หากมีแหล่งเงินใหม่เข้ามา จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้ดีกว่านี้” นายวิจิตร กล่าว
นายนกุล สกุลโชติกโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ จี สตีล ชี้แจงว่าค่าธรรมเนียมจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี 2% ของยอดขาย จะคิดได้ต่อเมื่อมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงจริงๆ ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นวงเงินที่อาร์เซลอร์ให้มา หากไม่เปิดใช้ก็ไม่เสีย
“จี สตีล มีแผนนำเงินช่วยเหลือไปชำระหนี้ให้เจ้านี้ หากเจ้าหนี้ต้องการได้เงินสดและยอดลดหนี้ให้ 3040% ของหนี้ ถือว่าคุ้มที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 12% เพราะไม่มีเงื่อนไขมาก” นายนกุล กล่าว
นายนกุล กล่าวอีกว่า การที่อาร์เซลอร์สนใจเข้าร่วมทุน ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มจี สตีล ซึ่งขณะนี้มีสถาบันการเงินไม่ต่ำกว่า 4 ราย เสนอให้สินเชื่อเข้ามาภายหลังกระบวนการร่วมทุนจบ ส่วนผลการศึกษาร่วมทุนของอาร์เซลอร์ ขณะนี้ที่ปรึกษาการเงินอิสระส่งผลศึกษาให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้ว
นายเอแฮป จี. การาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม จี สตีล กล่าวว่า เงินทุนใหม่จะเข้ามาภายในเดือน ส.ค.นี้ จากนั้นจะเริ่มดำเนินการผลิตเต็ม 100% จากปัจจุบันผลิตเพียง 60% ของกำลังผลิต
ด้านบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี (SSI) แจ้งว่า ไตรมาสแรกปี 2554 มีกำไรสุทธิ 267.22 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.02 บาท ลดลง 1,188.43 ล้านบาท หรือ 81.64% จากช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 1,455.65 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท
สาเหตุที่กำไรลดลง เป็นผลจากปริมาณขายที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยกลุ่มมีรายได้จากการขาย 11,946.5 ล้านบาทลดลงจาก 13,795.0 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน จำนวน 11,825.4 ล้านบาท ซึ่งช่วงเดียวกันปีก่อนมีจำนวน 13,677.4 ล้านบาท เป็นผลมาจากปริมาณขายลดลง 23%
หลังสูตรร่วมทุนAMสำเร็จ
สหวิริยาเดี้ยงกำไรวูบ81%
โพสต์ทูเดย์ — “จี สตีล” เชื่ออาร์เซลอร์ ทบทวนเงื่อนไขสัญญา ได้ตัวช่วย สถาบันการเงินเสนอตัวให้สินเชื่อ ด้านสหวิริยาฯ กำไรหด 81% เหลือ 267 ล้านบาท
การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท จี สตีล (GSTEEL) ประจำปี 2554 ประเด็นสำคัญหลักที่ผู้ถือหุ้นให้ความสนใจซักถามเป็นเรื่องของการได้บริษัท อาร์เซลอร์ มิตตัล (AM) เหล็กเบอร์ 1 ของโลก เข้าร่วมทุน 40% และสัญญาที่เอาเปรียบ 2 เรื่อง คือ การคิดค่าธรรมเนียมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี 2% ของยอดขาย และอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว 12%
นายวิจิตร สุพินิจ ประธานกรรมการบริษัท จี สตีล กล่าวว่าอาร์เซลอร์ซึ่งจะเข้ามาเป็นทั้งผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และผู้ปล่อยกู้ เป็นบริษัทชั้นนำของโลกที่มีธรรมาภิบาลน่าจะรับฟังความคิดเห็นก่อนมีการประชุมประชุมวิสามัญวันที่ 6 มิ.ย.นี้
“เหตุผลที่จี สตีล ต้องมีผู้ร่วมทุนใหม่ เพราะต้องการเงินทุน ซึ่งธุรกิจเหล็กใช้เงินทุนสูง หากมีแหล่งเงินใหม่เข้ามา จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้ดีกว่านี้” นายวิจิตร กล่าว
นายนกุล สกุลโชติกโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ จี สตีล ชี้แจงว่าค่าธรรมเนียมจากการถ่ายทอดเทคโนโลยี 2% ของยอดขาย จะคิดได้ต่อเมื่อมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงจริงๆ ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นวงเงินที่อาร์เซลอร์ให้มา หากไม่เปิดใช้ก็ไม่เสีย
“จี สตีล มีแผนนำเงินช่วยเหลือไปชำระหนี้ให้เจ้านี้ หากเจ้าหนี้ต้องการได้เงินสดและยอดลดหนี้ให้ 3040% ของหนี้ ถือว่าคุ้มที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 12% เพราะไม่มีเงื่อนไขมาก” นายนกุล กล่าว
นายนกุล กล่าวอีกว่า การที่อาร์เซลอร์สนใจเข้าร่วมทุน ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มจี สตีล ซึ่งขณะนี้มีสถาบันการเงินไม่ต่ำกว่า 4 ราย เสนอให้สินเชื่อเข้ามาภายหลังกระบวนการร่วมทุนจบ ส่วนผลการศึกษาร่วมทุนของอาร์เซลอร์ ขณะนี้ที่ปรึกษาการเงินอิสระส่งผลศึกษาให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้ว
นายเอแฮป จี. การาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม จี สตีล กล่าวว่า เงินทุนใหม่จะเข้ามาภายในเดือน ส.ค.นี้ จากนั้นจะเริ่มดำเนินการผลิตเต็ม 100% จากปัจจุบันผลิตเพียง 60% ของกำลังผลิต
ด้านบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี (SSI) แจ้งว่า ไตรมาสแรกปี 2554 มีกำไรสุทธิ 267.22 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.02 บาท ลดลง 1,188.43 ล้านบาท หรือ 81.64% จากช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 1,455.65 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท
สาเหตุที่กำไรลดลง เป็นผลจากปริมาณขายที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยกลุ่มมีรายได้จากการขาย 11,946.5 ล้านบาทลดลงจาก 13,795.0 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน จำนวน 11,825.4 ล้านบาท ซึ่งช่วงเดียวกันปีก่อนมีจำนวน 13,677.4 ล้านบาท เป็นผลมาจากปริมาณขายลดลง 23%







