
ธปท.หวั่นการเมืองชูประชานิยมกดดันหนี้สาธารณะ
ธปท.ชี้การชูนโยบายประชานิยมและเน้นใช้งบประมาณสูงของพรรคการเมืองและรัฐบาลเพิ่มแรงกดดันต่อปัญหาหนี้สาธารณะ แต่ระดับหนี้ของไทยยังไม่น่าห่วง
ธปท.ชี้การชูนโยบายประชานิยมและเน้นใช้งบประมาณสูงของพรรคการเมืองและรัฐบาลเพิ่มแรงกดดันต่อปัญหาหนี้สาธารณะ แต่ระดับหนี้ของไทยยังไม่น่าห่วง
นายประสาร ไตรรัตน์ วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึงการชูนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองและรัฐบาลในช่วงนี้ ที่มักชูนโยบายประชานิยมและเน้นใช้งบประมาณจำนวนมาในช่วงนี้ ว่า เท่าที่ดูการใช้งบประมาณสูง ถือว่าดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่อีกมิติหนึ่งก็สร้างปัญหาให้หนี้สาธารณะ เช่นที่เกิดขึ้นในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งต้องคอยติดตาม ต้องคอยเตือนให้ระมัดระวังในการใช้ แต่อย่างไรก็ตามระดับหนี้สาธารณะของไทยยังไม่น่าห่วง เนื่องจากยังไม่เกิน 50% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะปัยหาหนี้สาธารณะสร้างผลกระทบในวงกว้างมาก ช่วยช่วยกันดูแล
“ถ้าใช้งบประมาณมาก มิติหนึ่งก็สร้างปัญหาหนี้สาธารณะ ต้องติดตาม ตองคอยเตือน แต่ของไทยเราตอนนี้ก็ไม่น่าห่วง แต่ก็ไม่ควรประมาท ต้องช่วยกันดูแล ส่วนในการเลือกตั้งถามว่าอยากได้รัฐบาลแบบไหน ก็อยากได้รัฐบาลที่ดี มีความซื่อสัตย์ มีการบริหารประเทศที่ดีเข้ามาทำงาน” ผู้ว่าการธปท.กล่าว
นายประสาร กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่มีการปรับเพิ่มค่าแรงขึ้น ก็ยอมรับว่าสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อบ้าง แต่หากการปรับขึ้นค่าแรงเป็นไปควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วง อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยควรเพิ่มการกระจายรายได้ด้วย ซึ่งควรมีการพัฒนาเพิ่มความชำนาญการ การศึกษา เพิ่มนวัตกรรม เทคโนโลยีให้เหาะสมด้วย
ทั้งนี้ ธปท.ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องในระดับที่ดี โดยในช่วงครึ่งปีหลังก็ยังน่าโตได้ต่อเนื่อง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ จากราคาน้ำมันและราคาสินค้าที่สูงขึ้น รวมทั้งภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นก็ตาม เงินเฟ้อ







