
‘เบเกอรีโดนัต’ตบเท้าขึ้น4บาทโดนต้นทุนนมไข่น้ำตาลพรวด
ต้นทุนนมไข่พุ่งกระฉูด กระทบตลาดเบเกอรีดันราคาขายขึ้น 4 บาท ส่วนโดนัตปรับขึ้น 10%
ต้นทุนนมไข่พุ่งกระฉูด กระทบตลาดเบเกอรีดันราคาขายขึ้น 4 บาท ส่วนโดนัตปรับขึ้น 10%
น.ส.ปูชิตา ดาราวงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยยามาซากิ ผู้บริหารร้านขนมและเบเกอรีรวม 8 แบรนด์ อาทิ ยามาซากิแซง เอ ตัวล และ เช เลกามิเย่ร์ เป็นต้น เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับราคาขนมในร้านยามาซากิขึ้นอีก 1-4 บาท จากปัจจุบันมีขนมวางจำหน่ายในร้านมากกว่า 200 รายการ จากผลกระทบต้นทุนการผลิตขนมที่ปรับขึ้นมาก ทั้งแป้งสาลี น้ำตาล นมและไข่ไก่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตขนมที่มีราคาขึ้นต่อเนื่อง และไม่มีแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะคงที่แต่อย่างใด
ทั้งนี้ หลังจากปรับราคาขายขึ้นแล้ว คาดจะไม่กระทบต่อยอดขายของบริษัท เพราะเป็นการปรับขึ้นราคาขายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประกอบกับพฤติกรรมลูกค้าคนไทยชื่นชอบการทานขนมมาก และนิยมทานขนมปังเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวันบางมื้อ เช่น กลุ่มลูกค้าคนเมือง ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ จึงนิยมทานอาหารที่มีความสะดวกมากที่สุด
สำหรับแผนขยายธุรกิจของบริษัทในปีนี้ จะเปิดสาขาใหม่ 7-8 สาขา ภายใต้งบลงทุน 3-7 ล้านบาท ต่อสาขา ปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศรวม 76 สาขา โดยแบรนด์ร้านขนมที่เน้นเปิดจะเป็น ยามาซากิ จำนวน 3 สาขา และแบรนด์ขนมเค้กระดับพรีเมียมแบรนด์ เช เลกามิเย่ร์ 2 สาขา ส่วนที่เหลือเป็นแบรนด์ขนมอื่น ซึ่งการรุกเปิดสาขาร้าน ยามาซากิ และร้านขนมเค้ก จำนวนมากที่สุด เพราะเห็นโอกาสของตลาดขนมปังในไทยยังสดใสดีอยู่ และร้านขนมเค้กระดับพรีเมี่ยมในไทยยังมีคู่แข่งไม่มากนัก
น.ส.ปูชิตา กล่าวว่า รายได้บริษัทในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 15% จากปีก่อน เป็นไปตามภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น แตกต่างจากปีก่อนที่บริษัทได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองทำให้ยอดขายเติบโตไม่มากนัก
แหล่งข่าวผู้ประกอบธุรกิจร้านโดนัต กล่าวว่า ร้านขนมโดนัตในตลาด ต่างปรับขึ้นราคาขาย 5-10% ตามต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตสินค้าที่ขึ้นราคาสูงมาก เช่น ร้านมิสเตอร์ โดนัท ปรับขึ้นราคาขายมาอยู่ที่ 15-25 บาทต่อชิ้น จากเดิมจะมีราคาพิเศษ 9 บาทต่อชิ้น ส่วนร้าน แด๊ดดี้ โด ปรับขึ้นราคาขายที่ 22 บาทต่อชิ้น จากเดิมราคา 19 บาท และมีราคาพรีเมียมที่ 26 บาท
นายนาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ดำเนินการร้าน ดังกิ้น โดนัท กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังตรึงราคาขาย ดังกิ้น โดนัท ในราคาเดิม เนื่องจากบริษัทซื้อวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า 1-2 เดือน และกำหนดราคาซื้อวัตถุดิบในระดับเท่าเดิมจากผู้ผลิตวัตถุดิบ (ซัพพลายเออร์) จึงสามารถคงราคาไว้ได้ แม้จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมที่ขึ้นราคาแล้ว 30% ทั้งต้นทุนแป้งสาลี น้ำมันปาล์ม น้ำตาลและช็อคโกแลต
บริษัทจะพิจารณาราคาสินค้าใหม่อีกครั้งเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 หลังจากซัพพลายเออร์ได้กำหนดราคาวัตถุดิบใหม่แล้ว ส่วนภาพรวมตลาดโดนัตในไทยมูลค่า 2,200 ล้านบาทนั้น คาดว่า ตลาดยังโตได้ต่อเนื่อง แม้ว่าจะปรับขึ้นราคา เพราะความนิยมในการทานโดนัตของคนไทยยังสูงอยู่







