
ปิดโครงการแท็กซี่เอ็นจีวีชั่วคราว
รัฐหมดน้ำยา สั่งปิดโครงการแท็กซี่เอ็นจีวีชั่วคราว เหตุคนขับเข้าร่วมแค่ 5,900 คัน จากเป้า 1.5 หมื่นคัน
รัฐหมดน้ำยา สั่งปิดโครงการแท็กซี่เอ็นจีวีชั่วคราว เหตุคนขับเข้าร่วมแค่ 5,900 คัน จากเป้า 1.5 หมื่นคัน
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ปิดโครงการติดตั้งแท็กซี่เอ็นจีวีฟรี 1.5 หมื่นคัน ชั่วคราว โดยมีแท็กซี่สนใจยื่นใบสมัครเข้ามาเพียง 5,900 คัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้จะติดตั้งให้ได้ 1.5 หมื่นคัน ในล็อตแรก และล็อตสองอีกจำนวน 1.5 หมื่นคัน
หลังจากนี้จะทยอยติดตั้งแท็กซี่ได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นไป อีกทั้งคงต้องทบทวนว่าจะเปิดโครงการในรอบต่อไปอีกเมื่อไหร่ เพราะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แม้รอบแรกจะขยายเวลาให้ลงชื่อจนถึงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จากเดิมล็อตแรกหมดเขตไปตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ติดตั้งอุปกรณ์ หรืออู่แท็กซี่มีทั้งหมด 23 แห่ง ได้ผ่านการอบรมช่างติดตั้งไปแล้ว เพื่อให้ได้มาตรฐานตามระเบียบที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดไว้ โดยจะสามารถรองรับการติดตั้งแท็กซี่ได้วันละ 150 คัน แต่มีเงื่อนไขว่ารถแท็กซี่แต่ละคันต้องใช้เวลาติดตั้งไม่เกิน 2 วัน หากเกินกว่ากำหนดจะต้องถูกเรียกเก็บค่าปรับ
“ตอนนี้มีแท็กซี่ที่เข้าโครงการ 5,900 คัน ก็ต้องดำเนินการในส่วนนี้ไปก่อน ต้นเดือน พ.ค. ก็จะเริ่มติดตั้งเอ็นจีวีได้ ส่วนจะเปิดโครงการในรอบต่อไปเมื่อไหร่ต้องหารือกับปลัดกระทรวงพลังงาน เพราะเป้าหมายที่กำหนดไว้ทั้งหมดอยู่ที่ 3 หมื่นคัน ซึ่งประเมินจากจำนวนรถแท็กซี่แอลพีจีที่มีอยู่ในระบบ แต่สาเหตุที่มีแท็กซี่เข้าโครงการน้อยเป็นเพราะมีการติดตั้งเอ็นจีวีไปแล้ว หรือว่ามีเหตุผลอื่น” นายคุรุจิต กล่าว
แหล่งข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า โครงการติดตั้งเอ็นจีวีฟรีให้กับรถแท็กซี่ที่ใช้แอลพีจี มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการลดการใช้แอลพีจีในภาคขนส่ง เนื่องจากมียอดการใช้ที่ขยายตัวต่อเนื่อง
สาเหตุที่ยังไม่ได้รับความสนใจเพราะรัฐบาลยังใช้นโยบายตรึงราคาแอลพีจีภาคขนส่งไม่มีกำหนด ประกอบกับการใช้เอ็นจีวีในรถยนต์ยังมีข้อจำกัดในเรื่องจุดบริการของปั๊มที่มีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับแอลพีจี
ล่าสุด จำนวนปั๊มแอลพีจีมีจำนวนมากถึง 1,016 แห่ง ส่วนปั๊มเอ็นจีวีมีแค่ 437 แห่ง และเฉพาะปั๊มในเขต กทม. ที่จะมารองรับการใช้บริการของรถแท็กซี่มีกว่า 200 แห่ง เท่านั้น ถือว่ามีจำนวนน้อยเกินไป







