
‘ทีเอ็มบี’จัดแถวธุรกิจขายทิ้งไทยประกันภัย
“ทหารไทย” ล้างพอร์ต “ไทยประกันภัย” ขายหุ้นเกลี้ยง ย้ำไม่ใช่ธุรกิจหลัก ต่างจากประกันชีวิต
“ทหารไทย” ล้างพอร์ต “ไทยประกันภัย” ขายหุ้นเกลี้ยง ย้ำไม่ใช่ธุรกิจหลัก ต่างจากประกันชีวิต
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ธนาคารได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท ไทยประกันภัย จํานวน 1.18 ล้านหุ้น หรือ 12.3% ของจํานวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท โดยเป็นการทยอยขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจนหมดนั้น เพราะมองว่าประกันวินาศภัยไม่ได้เป็นธุรกิจหลัก และแม้จะขายหุ้นออกไปแล้ว แต่ธนาคารกับบริษัท ไทยประกันภัย ก็ยังเป็นพันธมิตรระหว่างกันอยู่ ซึ่งลูกค้าของธนาคารแบบมีหลักประกัน เช่น ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยก็ยังใช้ประกันอัคคีภัยกับบริษัท ไทยประกันภัย และการขายผลิตภัณฑ์ผ่านธนาคารก็ยังมีอยู่
“เรามองว่าประกันวินาศภัยไม่ได้เป็นธุรกิจหลักเหมือนประกันชีวิต จึงต้องการขายให้หมด เพราะสิ่งที่ธนาคารต้องการเน้น คือ สินเชื่อ และการลงทุน” นายบุญทักษ์ กล่าว
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจประกันชีวิตนั้น ไม่ได้มองว่าต้องเข้าไปซื้อกิจการ ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น เพราะธนาคารก็มีพันธมิตรจากไอเอ็นจีในส่วนของประกันชีวิตอยู่แล้ว แนวทางการทำธุรกิจแต่ละธนาคารคงไม่เหมือนกันหมด
ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ของธนาคาร ในส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย 1,611 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 283 ล้านบาท หรือ 21% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2553 สาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าธรรม เนียมและบริการดีขึ้น รวมถึงกําไรจากธุรกรรมปริวรรตเงินตราต่างประเทศ แบ่งเป็น รายได้ค่าธรรม เนียมและบริการสุทธิ 910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55 ล้านบาท หรือ 6% มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมสินเชื่อและค่าธรรมเนียมขายกองทุนรวม
นอกจากนี้ ยังมีกําไรจากธุรกรรมเพื่อการค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ 561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 222 ล้านบาท หรือ 65% โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากปริวรรตเงินตราต่างประเทศสูงขึ้นการขยายตัวของธุรกิจเทรดไฟแนนซ์กําไรจากเงินลงทุน 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท หรือ 2,445% กําไรจากการขายสินทรัพย์ 27 ล้านบาท รายได้เงินปันผลรับ 20 ล้านบาท ลดลง 6 ล้านบาท หรือ 23%
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัท ไทยประกันภัยในปีที่ผ่านมานั้น มีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือ 163% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่กำไรสุทธิ 17 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8% มาจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย ลดลง 147 ล้านบาท หรือลดลง 18% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์ก็เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% เป็นผลมาจากภาวะของตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน







