
จีเอ็มกับหนทางที่ต้องก้าวต่อไป
...เด็กข้างกระทรวง
...เด็กข้างกระทรวง
ถือว่าเป็นข่าวดีตั้งแต่ต้นปี เมื่อธนาคารใหญ่ 3 แห่งในประเทศไทย ตัดสินใจอนุมัติวงเงินกู้พิเศษให้กับ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อนำไปพัฒนาและเดินหน้าโครงการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ โครงการพัฒนาและผลิตรถปิกอัพรุ่นใหม่ รวมไปถึงการก่อให้เกิดสภาพคล่องในการบริหารงาน
ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทิสโก้ในครั้งนี้ ถือว่าอยู่เหนือความคาดหมายของคนในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ในตอนแรกเชื่อว่า จีเอ็ม ประเทศไทย อาจจะต้องเหนื่อยกว่าที่คาดในการหาเงินลงทุนก้อนใหม่ครั้งนี้
แต่ไม่ว่าจะได้เงินก้อนนี้มาง่ายหรือยากเพียงใด สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าก็คือ สถานการณ์ของจีเอ็ม ประเทศไทย นับจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร และการบริหารจัดงานเงินทุนใหม่ที่ได้มานี้จะช่วยให้จีเอ็มฟื้นตัวกลับมาได้อีกครั้งอย่างยั่งยืนอย่างไร
นอกจากนี้ ต้องยอมรับด้วยว่าการทำงานโดยมีเจ้าหนี้เป็นธนาคารไทยนั้น ย่อมยากขึ้นแน่นอนสำหรับจีเอ็ม เพราะปกติแล้วจะรับคำสั่งโดยตรงจากบริษัทแม่แบบไม่ต้องสนใจสถาบันอะไรในประเทศไทยมากนัก
แน่นอนว่าโครงการใหญ่ๆ ที่จะต้องเดินหน้าต่อไปก็คือ การเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่อย่าง ครูซ ที่ล่าสุด สตีฟ คาร์ไลส์ ผู้บริหารใหญ่สุดบอกแล้วว่า ขอเวลาอีก 1224 เดือน ในประเทศไทยจะได้เห็นรถรุ่นนี้อย่างแน่นอน
ถัดจากนั้นก็จะเข้าสู่งานที่แท้จริงของจีเอ็ม กับการคิดค้นและพัฒนารถปิกอัพโมเดลใหม่ รวมไปถึงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ที่วางศิลาฤกษ์โรงงานไปแล้วก่อนเกิดวิกฤตการเงิน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่จีเอ็มตัดสินใจเดินหน้าโครงการรถปิกอัพ 1 ตัน ด้วยตัวเองทั้งหมด แทนการนำรถจากยี่ห้ออื่นมาแปะยี่ห้อตัวเองเหมือนที่ผ่านมา
ที่บอกว่าเป็นโครงการใหญ่เพราะกำลังการผลิตเครื่องยนต์ที่วางเอาไว้ 1 แสนคัน คงไม่ได้มีไว้สำหรับประเทศไทยเท่านั้น การเตรียมแผนงานส่งออกและการสร้างตลาดใหม่ให้กับปิกอัพส่งออกกลายเป็นสิ่งที่จีเอ็มคงต้องเดินหน้าต่ออีกครั้ง
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของจีเอ็มจริงๆ ตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ของบริษัททผู้บริโภคชาวไทยหลายคนอดกลัวไม่ได้ว่าจีเอ็มจะมีความพร้อมที่จะดูแลต่อไปหรือไม่ หลังจากเกิดปัญหาขึ้นมากมาย จนทำให้การทำตลาดชะงักไปเล็กน้อย
แม้จีเอ็มจะพยายามแสดงความเข้มแข็งของตัวเองในด้านต่างๆ มากมาย แต่ถ้าไม่หลอกตัวเองเกินไป ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้บริโภคที่หวาดหวั่นอยู่ไม่น้อยกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งก็ต้องชื่นชมว่าสถานการณ์ของจีเอ็มในไทยเองก็ไม่ได้เลวร้ายมากนักเมื่อเทียบกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ
การเร่งมือพัฒนาสินค้าใหม่ออกมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนั้น มีความสำคัญมากสำหรับบริษัทที่มีแต่สินค้าเก่า แต่ต้องแข่งกับคู่แข่งที่ทั้งใหญ่กว่าและสดกว่า ซึ่งก็ไม่อาจที่จะละเลยเรื่องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
ท้ายที่สุดจีเอ็มก็คงต้องเดินหน้าโครงการทั้งสองด้านไปพร้อมๆ กัน และต้องทำดีกว่าที่ลูกค้าทั่วไปคาดหวังด้วยซ้ำ ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ง่าย
ส่วนจะกลายเป็นหน้าหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแง่ใด อีกไม่นานก็คงได้เห็นกัน!!!







