
จัดสมดุล-การบ้านซีอีโอใหม่ ปตท.
เดือน เม.ย. จะเป็นที่รู้จักในหมู่นักลงทุนว่าเป็นเทศกาลประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
เดือน เม.ย. จะเป็นที่รู้จักในหมู่นักลงทุนว่าเป็นเทศกาลประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
ในส่วนของบริษัท ปตท. (PTT) บริษัทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ยึดศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นสถานที่จัดการประชุมผู้ถือหุ้นทุกปี เพื่อรองรับผู้ถือหุ้นเรือนพันที่เข้ามาร่วมประชุมได้เป็นอย่างดี
หากมีการจัดอันดับการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2554 ที่กินระยะเวลายาวนาน ปตท.น่าจะถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ การประชุมผู้ถือหุ้นของ ปตท. ประจำปี 2554 เพราะนอกจากจะมีผู้ถือหุ้นจำนวนมากแล้ว ยังมีการตั้งประเด็นคำถามมากมาย ตั้งแต่ 09.30 น. จนถึงเวลาเกือบ 14.00 น. หรือเกือบ 5 ชั่วโมง
คำถามของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ ต่างถามถึงผลประกอบการของ ปตท. ซึ่งเกี่ยวโยงกับการเข้าไปอุ้มราคาพลังงาน โดยผู้ถือหุ้นซักถามถึงเหตุผลที่ ปตท.ต้องเข้าไปแบกรับภาระค่าพลังงาน ทั้งเอ็นจีวีและแอลพีจี ปีละหลายหมื่นล้านบาท อย่างเช่นการขายเอ็นจีวีในราคาต่ำกว่าทุน เพราะมีต้นทุน 14.50 บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้องขายในราคา 8.50 บาทต่อกิโลกรัม และเป็นแบบนี้มาโดยตลอดหลายปี จึงขอความชัดเจน และทาง ปตท.จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร
ซีอีโอ ปตท. ได้กล่าวชี้แจงประเด็นเหล่านี้ว่า ผลของการขายเอ็นจีวีประสบการขาดทุนนั้น ทาง ปตท.เข้าใจปัญหาเหล่านี้ดี และที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่สามารถเลิกได้ เพราะได้ทำต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว หากยกเลิกทันทีจะสร้างความเสียหายกับผู้ใช้ เพราะได้ดัดแปลงรถรองรับแล้ว และจะเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ปตท.ได้ เพราะได้พูดเสมอว่าจะดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ทางกระทรวงการคลังเองในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ต่างเข้าใจปัญหาของ ปตท. เข้าใจปัญหาของประชาชน เข้าใจความเดือดร้อนของผู้ใช้รถยนต์ ต้องการผ่อนภาระของประชาชน จึงจำเป็นต้องตรึงราคาไว้ ดังนั้นทางกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นของ ปตท. กระทรวงพลังงานในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ต่างต้องหาทางออกร่วมกันเพื่อหาจุดสมดุล เพราะอะไรไม่สมดุลก็ไม่ยั่งยืน
“ปตท.พยายามประสานให้เรื่องเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เราเป็นองค์กรกึ่งรัฐกึ่งเอกชน มีเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น มีผลตอบแทนของราคาหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นในระดับเหมาะสม” นายประเสริฐ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีของ ปตท.ในครั้งนี้ มีทีเด็ดตรงที่เป็นการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายของ “ประเสริฐ บุญสัมพันธ์” ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการของ ปตท. เพราะการดำรงตำแหน่งดังกล่าวจะครบวาระในเดือน ก.ย.นี้แล้ว
ในเรื่องนี้เป็นที่กังวลของผู้ถือหุ้น จนมีการซักถามถึงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน “ประเสริฐ” ว่าจะเป็นใคร เพราะจะมีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นในอนาคต
ทางด้าน นริศ ชัยสูตร ในฐานะประธานการประชุมผู้ถือหุ้นของ ปตท. ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา 5 คน โดยมี ไกรฤทธิ์ นิลคูหา เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา พร้อมด้วย วัชรกิติ วัชโรทัย นนทิกร กาญจนะจิตรา อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ และตัวเอง
“ประเสริฐ” กล่าวว่า งานท้าทายของผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อจากเขา คือ สามารถบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เกิดความสมดุลพอประมาณอย่างพอเพียงได้อย่างไร เพราะทุกคนต่างมาเรียกร้องจาก ปตท. หาก ปตท.เป็นบริษัทมือเติบ วันหนึ่งคงจะล่มสลายเหมือนที่มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเหตุการณ์แบบนั้นจะเกิดขึ้นกับ ปตท. เนื่องจากการทำงานของ ปตท. เป็นไปอย่างรอบคอบ ทำทุกอย่างเพื่อสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นมากที่สุด
และได้ทิ้งท้ายว่า ผมขออำลาทุกท่าน เพราะปีหน้าผมจะไม่ได้อยู่บนเวทีนี้แล้ว โดยเดือน ก.ย.นี้ ดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี และแม้ว่าจะไม่ได้บริหาร ปตท.แล้ว แต่ ปตท.คือบ้านที่ 2 ของผม อะไรที่เป็นประโยชน์กับ ปตท. ยินดีให้คำแนะนำ







