
การหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ตอน 1)
สมชาย ชูเกตุ
สมชาย ชูเกตุ
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีจะเสียภาษีมากน้อยเท่าใด นอกจากจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้พึงประเมินแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการหักค่าใช้จ่าย และการหักค่าลดหย่อนที่ผู้เสียภาษีมีสิทธิอีกด้วย
วันนี้จะกล่าวถึงประเด็นการหักค่าใช้จ่าย ว่ามีการหักค่าใช้จ่ายวิธีใดบ้าง เงินได้แต่ละประเภทหักได้เท่าใด จะเลือกหักแบบไหนที่ตนเองได้ประโยชน์สูงสุด โดยที่ไม่ได้เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากรแต่อย่างใด
การหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 วิธี
วิธีที่ 1 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา หรือที่เราเรียกกันว่าหักเหมา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้หักคิดเป็นอัตราร้อยละของเงินได้พึงประเมิน
วิธีที่ 2 หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร หรือที่เราเรียกกันว่าหักค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งวิธีนี้ให้นำเกณฑ์การหักรายจ่ายของบริษัท ฯลฯ โดยนำมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร มาอนุโลมใช้
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร แบ่งออกเป็น 8 ประเภท เงินได้บางประเภทให้หักค่าใช้จ่ายเหมาวิธีเดียว เงินได้บางประเภทให้หักค่าใช้จ่ายจริง เงินได้บางประเภทให้เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาหรือเลือกหักค่าใช้จ่ายจริง และเงินได้บางประเภทไม่ให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ เลยก็มี
การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินแต่ละประเภท สรุปได้ดังนี้
1.เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง ผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากนายจ้าง ฯลฯ เงินได้ประเภทนี้เป็นของพนักงาน หรือลูกจ้างที่เป็นมนุษย์เงินเดือน กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเหมาอัตรา 40% ของเงินได้รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท ไม่ว่าจะมีเงินเดือนมากเท่าใดก็ตาม
2.เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม ค่าจ้างจากการรับทำงานให้ ฯลฯ เงินได้ประเภทนี้เป็นของบุคคลอื่นที่มิใช่พนักงาน หรือลูกจ้างที่เป็นมนุษย์เงินเดือน พูดง่ายๆ ว่า งานเสร็จจึงจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเหมาอัตรา 40% ของเงินได้รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท เช่นเดียวกับเงินได้ มาตรา 40 (1)
หากท่านใดที่มีเงินได้มาตรา 40 (1) ด้วย จะต้องนำเงินได้มาตรา 40 (1) มารวมกับเงินได้มาตรา 40 (2) แล้วจึงหักค่าใช้จ่ายเหมาอัตรา 40% รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท ไม่ใช่เงินได้แต่ละประเภทหักไม่เกิน 6 หมื่นบาท นะครับ อย่าได้หลงลืมเชียว
3.เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น ฯลฯ กฎหมายกำหนดให้ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หักค่าใช้จ่ายเหมาอัตรา 40% ของเงินได้ รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท สำหรับเงินได้รายการอื่น กฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ เลย
4.เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เงินปันผล ฯลฯ กฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ เลย เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องของผลตอบแทนจากเงินทุน
สัปดาห์หน้าค่อยมาว่ากันต่อสำหรับการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)–(8) แห่งประมวลรัษฎากร ท่านที่มีเงินได้ที่ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ไม่ต้องตกใจ เพราะมีเงินได้บางรายการที่กฎหมายให้สิทธิเลือกที่จะนำมารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ จะเขียนให้ท่านทราบหลังจากจบเรื่องการหักค่าใช้จ่าย สวัสดีครับ







