
‘รายย่อยฉาย’ศึกชิงหุ้นSLC
นักลงทุนรวมตัวเทกโอเวอร์ชี้ช่องข่าวสปริงนิวส์มูลค่าสูง
นักลงทุนรวมตัวเทกโอเวอร์ชี้ช่องข่าวสปริงนิวส์มูลค่าสูง
“ฉาย บุนนาค” แย่งเก็บหุ้น SLC รวบกลุ่มเก็บหุ้น 20% ฟากกลุ่มรายย่อยท้ารบรวมตัวถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 30% เทกโอเวอร์ ชี้ช่องข่าวสปริงนิวส์มีมูลค่าสูง
เจ้าหน้าที่การตลาดคาดว่า แรงซื้อหุ้นที่มีเข้ามาหนาแน่นวันที่ 20 เม.ย. เป็นการเข้ามาเก็บหุ้นของนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้ขายหุ้นออกไปจำนวนมาก ประกอบกับช่วงนี้มีกระแสข่าวการแย่งหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นเดิมกับนักลงทุนรายย่อย
ขณะที่นายฉาย บุนนาค นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยว่า ได้รายงานการซื้อหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยซื้อเพิ่มเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา 3.12% รวมหุ้นเดิมถือ 5.08%
นายฉาย กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 18-19 เม.ย. ได้ซื้อหุ้น SLC เพิ่มอีก โดยนายฉายถือ 384.83 ล้านหุ้น คุณแม่ 100 ล้านหุ้น และภรรยา 33.66 ล้านหุ้น กองทุนต่างชาติ 100 ล้านหุ้น รวมกลุ่มพันธมิตรถือหุ้น 618.5 ล้านหุ้น หรือ 20.41%
“ผมพร้อมเป็นพันธมิตรกับผู้ถือหุ้นที่มีเจตนาดีกับบริษัท และเข้ามาถือหุ้นอย่างมีศีลธรรม จรรยา บรรณ เพราะธุรกิจมีเดียเป็นสีขาว จึงไม่ควรจะถูกครอบงำจากบุคคลที่มีผลประโยชน์ทางการเมือง หรือมีเจตนาแอบแฝงอื่นที่ไม่ชัดเจน” นายฉาย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ถือหุ้นรายหนึ่งพร้อมสนับสนุน SLC และให้ความเชื่อมั่นคณะกรรมการ SLC และทีมผู้บริหารสปริงนิวส์ ถึงแม้ผลประกอบการขาดทุน แต่เชื่อว่าธุรกิจสื่อต้องใช้เวลาในการคืนทุน ปัจจุบันสปริงนิวส์ประสบความสำเร็จจากความนิยมติด 1 ใน 10 ของช่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากระยะเวลาผลิตรายการไม่ถึง 2 ปี
นายวิชัย ธนสมุทร นักลงทุนและตัวแทนกลุ่มรายย่อยที่ถือหุ้น SLC กล่าวว่า กลุ่มนักลงทุนรายย่อย ซึ่งนำโดยนายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ผู้ถือหุ้นใหญ่ 241.5 ล้านหุ้น หรือ 7.97% ได้รวมตัวกันถือหุ้นประมาณ 990 ล้านหุ้น หรือราว 30% จะเข้าครอบงำกิจการ (เทกโอเวอร์) SLC หลังจากที่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมขายหุ้นออกไปมาก และอาจจะประกาศตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นจากนักลงทุนทั่วไป
“กลุ่มรายย่อยไม่ได้ตั้งใจเข้าเทกโอเวอร์ ช่วงแรกๆ แค่เข้าไปเก็งกำไร แต่เหมือนถูกรังแกจากผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ระบายขายหุ้นจนราคาร่วง กลุ่มรายย่อยไม่เคยปั่นหุ้น เล่นแบบคนมีเงิน และจากนี้แต่เมื่อถูกเจ้าของรังแก ชะล่าใจไม่คิดว่ารายย่อยจะรวมตัวกันเข้าซื้อหุ้นจำนวนมากกลุ่มพร้อมส่งตัวแทนเข้าเป็นกรรมการและคัดค้านการเพิ่มทุน ซึ่งรายย่อยเสียหายมากจากราคาเพิ่มทุนใหม่ 28 สตางค์”
นายวิชัย กล่าวว่า SLC มีบริษัทย่อยทำธุรกิจช่องข่าวสปริงนิวส์ มีศักยภาพ ประกอบกับนายสุวิทย์มีธุรกิจเคเบิลทีวีท้องถิ่นและเครื่องมือสื่อเพื่อต่อยอดธุรกิจสื่อที่มีอยู่
นายวิชัย กล่าวถึงนายสุวิทย์ ว่า เป็นนักธุรกิจท้องถิ่นรายใหญ่ มีโรงโม่หิน “ ต้อยติ่ง” อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ส่วนนายวิชัย เป็นนักธุรกิจหาดใหญ่ ประกอบธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันนายวิชัย ได้ขายหุ้น SLC ออกหมด ขณะที่นายสุวิทย์ ยังคงถือหุ้นอยู่ ต้นทุนสูงกว่ากระดาน โดยซื้อหุ้นช่วงที่ผู้ถือหุ้นเดิมขายออกมา







