
รูปแบบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ (ตอนที่ 2)
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้กล่าวถึงรูปแบบของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้กล่าวถึงรูปแบบของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับรูปแบบของสัญญาต่างๆ ซึ่งผู้บริหารควรจะต้องรับรู้ถึงประเด็นของสัญญากฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นไปตามกฎหมาย
วันนี้ผมมีหลายประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณากันต่อครับ
ข้อสังเกต
1.รูปแบบของบริษัทต่างประเทศ (บริษัท A) ที่จะเริ่มเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยก่อนเข้ามาตั้งผู้แทนหรือตัวแทนจำหน่ายหรือการจัดตั้งบริษัทเพื่อนำเข้าหรือผลิตสินค้าเพื่อขายในประเทศไทย ก็มักจะเข้าทำในรูปแบบของการขายสินค้าให้โดยตรงให้กับลูกค้า แต่ในปัจจุบันได้พัฒนาไปไกลถึงการที่บริษัทต่างประเทศอาจจะไม่ได้ขายของให้กับลูกค้า (บริษัท ก) แต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจจะมีการว่าจ้างบริษัทในประเทศไทย (บริษัทไทยเข้มแข็ง) ให้เป็นผู้ผลิต (Toll Manufacturing) ตามสูตรหรือเครื่องหมายการค้าของบริษัท A เพื่อขายสินค้าทั้งในประเทศไทย รวมทั้งส่งออกไปให้แก่ลูกค้าของบริษัท A ในต่างประเทศโดยตรงหรือส่งให้กับบริษัท A เพื่อนำไปขายต่อ โดยที่บริษัทไทยเข้มแข็งทำหน้าที่เป็นผู้รับจ้างผลิตและส่งมอบสินค้าในนามของบริษัท A ให้แก่ลูกค้า (บริษัท ก) ซึ่งการดำเนินงานรูปแบบนี้ บริษัทไทยเข้มแข็งอาจจะต้องซื้อวัตถุดิบและผลิตตามแบบที่บริษัท A กำหนด เมื่อผลิตเสร็จ บริษัท A อาจมีสัญญาขายให้บริษัท ก โดยให้บริษัทไทยเข้มแข็งส่งมอบ
2.กฎหมายไทยและข้อพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการทำรูปแบบนี้ที่จะต้องพิจารณาก็คือ (1) การนำเข้าสินค้าจากบริษัท A รวมทั้งวัตถุดิบจะต้องพิจารณา พ.ร.บ.ศุลกากร และหากสินค้าดังกล่าวมีกฎหมายที่ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า เช่น อาหารและยา ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้กับสินค้าแต่ละประเภท
3.สัญญาที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นเรื่องสัญญาซื้อขาย สัญญาว่าจ้างการผลิต ซึ่งก็มีประเด็นเกี่ยวกับวิธีการชำระราคาสินค้า ค่าจ้างว่าเป็นเท่าใด วิธีการชำระราคาค่าจ้างจะเป็นอย่างไร การเปิด L/C หรือชำระราคาตามกำหนดเวลาและเป็นเงินตราไทยหรือต่างประเทศ หน้าที่ความรับผิดชอบของคู่สัญญา การโอนกรรมสิทธิ์ การรับรองและรับประกันถึงคุณภาพของสินค้า ภาระภาษีที่เกิดจากการทำสัญญา รวมถึงการใช้กฎหมายการระงับข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
4.โดยทั่วไปการขายสินค้าของบริษัท A ไม่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย หากบริษัท A ไม่มีผู้แทน ลูกจ้าง ผู้ทำการแทน หรือสถานประกอบการ ภาระตามอนุสัญญาภาษีซ้อน แต่การขายสินค้าโดยให้บริษัทไทยเข้มแข็งเป็นผู้ส่งมอบก็ต้องไม่เข้ากรณีเป็นสถานประกอบการถาวร
5.ส่วนบริษัทไทยเข้มแข็งรับจ้างผลิตก็ต้องดูว่าตนเองเป็นตัวแทนและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกฎหมายส่งเสริมการลงทุนได้แค่ไหน และหากนำวัตถุดิบเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกก็อาจเข้าข่ายขอคืนภาษีนำเข้าได้ตามกฎหมายศุลกากร







