
รูปแบบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ (ตอนที่ 1)
รูปแบบของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมักจะเกี่ยวข้องกับรูปแบบของสัญญาต่างๆ เสมอ ซึ่งผู้บริหารควรจะต้องรับรู้ถึงประเด็นของสัญญากฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นไปตามกฎหมาย สามารถสร้างผลกำไรให้แก่บริษัทได้
รูปแบบของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมักจะเกี่ยวข้องกับรูปแบบของสัญญาต่างๆ เสมอ ซึ่งผู้บริหารควรจะต้องรับรู้ถึงประเด็นของสัญญากฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นไปตามกฎหมาย สามารถสร้างผลกำไรให้แก่บริษัทได้
ผมจะนำแผนภูมิพร้อมคำอธิบายข้อสังเกตโดยสรุปในทางกฎหมายภาษี และสัญญาที่เกี่ยวข้องมากล่าวถึงในธุรกรรมแต่ละรูปแบบ ทั้งนี้ รูปแบบนี้ก็ควรจะนำไปใช้กับกรณีที่บริษัทไทยจะไปลงทุนในต่างประเทศด้วย เพื่อจะได้ตรวจสอบกฎหมายของประเทศนั้นได้
รูปแบบแบ่งได้ 9 ประเภท ดังนี้
(1) รูปแบบการซื้อขาย หรือจ้างโดยมีสัญญาซื้อขายสินค้าให้ลูกค้าหรือว่าจ้างผลิตสินค้าให้เพื่อขายในประเทศไทยหรือส่งออก
(2) รูปแบบการขายผ่านผู้จัดจำหน่ายโดยมีสัญญาการตั้งผู้จัดจำหน่าย (Distributorship Agreement)
(3) รูปแบบการขายผ่านตัวแทนโดยมีสัญญาการตั้งตัวแทนจำหน่าย (Agency Agreement)
(4) รูปแบบการให้สิทธิ หรือสูตรใหม่โดยมีสัญญาการให้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เรียกว่า “Franchise Agreement” หรือ License Agreement
(5) รูปแบบของการให้บริการโดยมีสัญญาการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Technical Assistance Agreement” หรือสัญญาการบริหารจัดการที่เรียกว่า “Management Agreement”
(6) รูปแบบในการเข้าลงทุนในรูปสาขา หรือมาจัดตั้งบริษัทในเครือ
(7) รูปแบบการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน หรือที่เรียกว่า “Joint Venture” กับผู้ลงทุนในประเทศ
(8) รูปแบบการเข้ามาซื้อหรือควบรวมกิจการของทรัพย์สิน (Mergers & Acquisitions) ในประเทศไทย
(9) รูปแบบของบริษัทไทยที่ไปซื้อควบรวมกิจการของกิจการในต่างประเทศ
เอาไว้ฉบับหน้าผมจะพามาดูข้อสังเกตกันนะครับว่า รูปแบบที่บริษัทไทยจะไปลงทุนในต่างประเทศตามแผนภูมิดังกล่าวนั้นควรเป็นอย่างไร







