
คลังนั่งยันขายหุ้นทหารไทยแน่ขึ้นกับราคาซื้อ-ไอเอ็นจีอยู่ในโผ
ประธานธนาคารทหารไทยยืนยันคลังขายหุ้นออกแน่ แม้เริ่มมีกำไรมาจ่ายปันผลได้ในรอบ 14 ปี คุยไม่นานนับปีต่างชาติรุมตอมขอซื้อหุ้น
ประธานธนาคารทหารไทยยืนยันคลังขายหุ้นออกแน่ แม้เริ่มมีกำไรมาจ่ายปันผลได้ในรอบ 14 ปี คุยไม่นานนับปีต่างชาติรุมตอมขอซื้อหุ้น
นางเสาวนีย์ กมลบุตร รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า หุ้นธนาคารทหารไทยในส่วนที่กระทรวงการคลังถืออยู่จำนวน 1.13 หมื่นล้านหุ้น หรือ 26.11% นั้น คาดว่าจะต้องมีการขายหุ้นออกไปแน่นอน เพราะกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยในตอนที่ธนาคารทหารไทยกำลังมีปัญหา แต่ปัจจุบันธนาคารเริ่มมีผลประกอบการที่ดีและสามารถทำกำไรได้แล้ว ดังนั้นกระทรวงการคลังน่าจะปล่อยให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการธนาคารโดยตรงเข้ามาบริหารมากกว่า
ขณะนี้มีกลุ่มทุนต่างชาติหลายกลุ่มให้ความสนใจที่จะเข้าซื้อหุ้นของธนาคารในส่วนที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถืออยู่ 1.13 หมื่นล้านหุ้น ในจำนวนนั้นมีกลุ่มไอเอ็นจีกรุ๊ปที่ถือหุ้นอยู่แล้ว 25.20% ก็แสดงความสนใจอย่างชัดเจนและมีการพูดคุยกันอยู่
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอีกหลายประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น เรื่องราคาขาย และยุทธศาสตร์ เนื่องจากยังมีกลุ่มทุนรายอื่นๆ ที่ให้ความสนใจเช่นกัน
ธนาคารทหารไทยได้มีการประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2553 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตราหุ้นละ 0.015 บาท จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 4.3 หมื่นล้านหุ้น รวมเป็นเงินปันผลประมาณ 652 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% ของผลกำไรสุทธิในปี 2553 ซึ่งนับเป็นการจ่ายเงินปันผลครั้งแรกของธนาคารในรอบ 14 ปี
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ที่อัตรา 0.015 บาทต่อหุ้นนั้น แม้ว่าจะอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารอื่นๆ แต่คณะกรรมการได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เนื่องจากธนาคารต้องการสำรองกำไรบางส่วนเข้ากองทุนเพื่อรองรับแผนการเติบโตสินเชื่อของธนาคารในปีนี้ ที่ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อเอาไว้ 10%
นอกจากนี้ ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนต่อหุ้น (ROE) ของธนาคารยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำเพียง 6.6% ซึ่งยังสามารถเติบโตได้มากกว่านี้ ดังนั้นการจ่ายเงินปันผลที่อัตรา 20% จากผลกำไรจึงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม m







