posttoday
อานิสงส์วายุภักษ์เงินรัฐล้นตุ่ม

อานิสงส์วายุภักษ์เงินรัฐล้นตุ่ม

10 เมษายน 2554

คลังโชว์ถึงมี.ค.ยอดนำส่งรัฐวิสาหกิจสูงลิ่ว4.23หมื่นล้านเกินเป้า170%

คลังโชว์ถึงมี.ค.ยอดนำส่งรัฐวิสาหกิจสูงลิ่ว4.23หมื่นล้านเกินเป้า170%

สคร.เผยรัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้าแผ่นดินกระฉูดเกินเป้า 170% กองทุนวายุภักษ์สำนักงานสลากฯ นำลิ่ว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค. รัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นน้อยกว่า 50% นำส่งรายได้สูงถึง 3,045.41 ล้านบาท โดยสูงกว่าประมาณการถึง 1,224.56 ล้านบาท หรือคิดเป็น 167.25% จากที่มีการประมาณการไว้ 1,820.85 ล้านบาท จนส่งผลให้การนำส่งรายได้สะสมเข้าแผ่นดินตั้งแต่เดือน ต.ค. 2553 ถึงเดือน มี.ค. 2554 มีจำนวนทั้งสิ้น 4.23 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 7,851.75 ล้านบาท จากที่ประมาณไว้แค่ 3.45 หมื่นล้านบาท

นายสมชัย กล่าวว่า ยอดการนำส่งรายได้ในเดือน มี.ค. ที่สูงขึ้นเพราะกองทุนรวมวายุภักษ์นำส่งรายได้จากเงินปันผลถึง 1,550 ล้านบาท จากที่ประมาณการไว้แค่ 450 ล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุด คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 1,333.31 ล้านบาท การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 137 ล้านบาท

สำหรับงวดปี 2553 รัฐวิสาหกิจใน 10 อันดับ ปรากฏว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนำส่งทั้งสิ้น 1.89 หมื่นล้านบาท สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 1.42 หมื่นล้านบาท บริษัท ปตท. นำส่ง 1.35 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสิน 6,816 ล้านบาท บริษัท กสท โทรคมนาคม 6,158 ล้านบาท

บริษัท ทีโอที 6,015 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 5,192 ล้านบาท โรงงานยาสูบ 4,619 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง 4,278 ล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2,250 ล้านบาท

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า สคร.กำลังปรับปรุงการบริหารหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพจะส่งผลให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และนำมาช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ ซึ่งขณะนี้ สคร.อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารหลักทรัพย์ให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยจะปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจำหน่ายหุ้นและซื้อหุ้นของส่วนราชการ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งหากแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความคล่องตัวและสร้างมูลค่าเพิ่มในการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐให้มีมูลค่าต่อไป

สำหรับปี 2553 ในภาพรวมรัฐวิสาหกิจมีรายได้ลดลงและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น รัฐวิสาหกิจทำรายได้รวมกันทั้งสิ้น 3.1 ล้านล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1.73 แสนล้านบาท และมีความสามารถในการทำกำไร 5.48% รัฐวิสาหกิจในสาขาสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีรายได้รวม 2 แสนล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีรายได้ถึง 2.96 ล้านล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1.3 แสนล้านบาท m

อานิสงส์วายุภักษ์เงินรัฐล้นตุ่มคลังโชว์ถึงมี.ค.ยอดนำส่งรัฐวิสาหกิจสูงลิ่ว4.23หมื่นล้านเกินเป้า170%โพสต์ทูเดย์ — สคร.เผยรัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้าแผ่นดินกระฉูดเกินเป้า 170% กองทุนวายุภักษ์สำนักงานสลากฯ นำลิ่ว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค. รัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นน้อยกว่า 50% นำส่งรายได้สูงถึง 3,045.41 ล้านบาท โดยสูงกว่าประมาณการถึง 1,224.56 ล้านบาท หรือคิดเป็น 167.25% จากที่มีการประมาณการไว้ 1,820.85 ล้านบาท จนส่งผลให้การนำส่งรายได้สะสมเข้าแผ่นดินตั้งแต่เดือน ต.ค. 2553 ถึงเดือน มี.ค. 2554 มีจำนวนทั้งสิ้น 4.23 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 7,851.75 ล้านบาท จากที่ประมาณไว้แค่ 3.45 หมื่นล้านบาท

นายสมชัย กล่าวว่า ยอดการนำส่งรายได้ในเดือน มี.ค. ที่สูงขึ้นเพราะกองทุนรวมวายุภักษ์นำส่งรายได้จากเงินปันผลถึง 1,550 ล้านบาท จากที่ประมาณการไว้แค่ 450 ล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุด คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 1,333.31 ล้านบาท การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 137 ล้านบาท

สำหรับงวดปี 2553 รัฐวิสาหกิจใน 10 อันดับ ปรากฏว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนำส่งทั้งสิ้น 1.89 หมื่นล้านบาท สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 1.42 หมื่นล้านบาท บริษัท ปตท. นำส่ง 1.35 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสิน 6,816 ล้านบาท บริษัท กสท โทรคมนาคม 6,158 ล้านบาท

บริษัท ทีโอที 6,015 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 5,192 ล้านบาท โรงงานยาสูบ 4,619 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง 4,278 ล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2,250 ล้านบาท

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า สคร.กำลังปรับปรุงการบริหารหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพจะส่งผลให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และนำมาช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ ซึ่งขณะนี้ สคร.อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารหลักทรัพย์ให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยจะปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจำหน่ายหุ้นและซื้อหุ้นของส่วนราชการ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งหากแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความคล่องตัวและสร้างมูลค่าเพิ่มในการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐให้มีมูลค่าต่อไป

สำหรับปี 2553 ในภาพรวมรัฐวิสาหกิจมีรายได้ลดลงและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น รัฐวิสาหกิจทำรายได้รวมกันทั้งสิ้น 3.1 ล้านล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1.73 แสนล้านบาท และมีความสามารถในการทำกำไร 5.48% รัฐวิสาหกิจในสาขาสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีรายได้รวม 2 แสนล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีรายได้ถึง 2.96 ล้านล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1.3 แสนล้านบาท m

 


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน