
‘IHL’ปรับทิศธุรกิจน้ำมันพืชไทยกำไรโต
อินเตอร์ไฮด์ปรับกลยุทธ์รับผลิตเครื่องหนังอื่น
อินเตอร์ไฮด์ปรับกลยุทธ์รับผลิตเครื่องหนังอื่น
เสริมนอกเหนืออุตสาหกรรมรถยนต์ ด้านนักวิเคราะห์เพิ่มกำไร TVO หลังรัฐขึ้นราคาขายน้ำมันถั่วเหลืองอีก 9 บาทต่อขวด
นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเตอร์ไฮด์ (IHL) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อจะรับผลิตธุรกิจเครื่องหนังประเภทเครื่องใช้เพิ่มเติม จากเดิมผลิตเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์เพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างความสมดุลให้กับรายได้ของบริษัทสามารถรับแรงเสียดทานเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตที่จะเข้ามา
บริษัทได้เริ่มมองหาเครื่องหนังประเภทอื่น ภายหลังบริษัทเผชิญกับเหตุการณ์วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งกระทบต่อรายได้ของบริษัทค่อนข้างมาก ส่วนกรณีสึนามิในประเทศญี่ปุ่นประเมินว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไม่มาก แต่บริษัทมองว่าการกระจายแหล่งรายได้ น่าจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร ซึ่งจะเริ่มส่งวัตถุดิบให้บริษัททดลองผลิตหลังสงกรานต์นี้ และคาดว่าน่าจะข้อสรุปหรือเซ็นสัญญาประมาณไตรมาส 4 ปีนี้ในอนาคตสัดส่วนรายได้จากการผลิตเครื่องหนังประเภทเครื่องใช้จะมีสัดส่วนไม่เกิน 30% ของรายได้รวม ถือว่าเป็นระดับเหมาะสม” นายองอาจ กล่าว
สำหรับผลประกอบในปีนี้ คาดว่ารายได้จะโต 15% ตามอุตสาหกรรมรถยนต์ จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,800 ล้านบาท และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิจะสามารถใกล้เคียงกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 32% และกว่า 10% ตามลำดับ แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะมีการปรับตัวสูง แต่บริษัทสามารถจัดหาวัตถุดิบในราคาถูกกว่า 50% ของราคาตลาดในปัจจุบัน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ปรับประมาณการกำไรของบริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) เพิ่มขึ้น 7.7% โดยมองว่าปีนี้จะมีกำไรสุทธิ 2,269 ล้านบาท และมองว่าปีหน้าจะมีกำไรสุทธิ 2,349 ล้านบาท
ทั้งนี้ การปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นได้เกิดภายหลังกระทรวงพาณิชย์อนุมัติให้ขึ้นราคาขายน้ำมันถั่วเหลืองขวดเพิ่ม 9 บาท เป็น 55 บาทต่อขวด จากเดิม 46 บาท
การที่ TVO มีรายได้จากการขายถั่วเหลืองบริสุทธิ์บรรจุขวด ซึ่งคิดเป็นประมาณ 15% ของรายได้รวม ขณะที่น้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 25% ของรายได้รวม สามารถทยอยปรับเพิ่มราคาขายตามต้นทุนเมล็ดถั่วเหลืองที่ปรับขึ้นมาโดยตลอด เนื่องจากไม่ถือเป็นสินค้าควบคุม โดยปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 50-53 บาทต่อกิโลกรัม
นอกจากนี้ ราคาขายที่เพิ่มขึ้นก็สร้างความยืดหยุ่นให้กับ TVO ในการบริหารจัดการประสิทธิภาพการทำกำไรให้ดีมากขึ้น อันเป็นผลจากต้นทุนสต๊อกที่ยังมีราคาต่ำกว่าตลาดโลก รวมถึงแผนการส่งออกน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ไปยังต่างประเทศก็ให้มาร์จินสูงกว่าขายในประเทศ จึงแนะนำซื้อให้ราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 34.26 บาท มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาปัจจุบันอยู่ที่ 29.50 บาท







