posttoday
เฮียฮ้อฟันธง3ปีรายได้ทีวีดาวเทียมแซงธุรกิจเพลง

เฮียฮ้อฟันธง3ปีรายได้ทีวีดาวเทียมแซงธุรกิจเพลง

04 เมษายน 2554

เปิดใจ เฮียฮ้อ บิ๊กบอสอาร์เอส ฟันธง อีก 3 ปี รายได้จาก ทีวีดาวเทียม จะมากกว่าธุรกิจเพลง

เปิดใจ เฮียฮ้อ บิ๊กบอสอาร์เอส ฟันธง อีก 3 ปี รายได้จาก ทีวีดาวเทียม จะมากกว่าธุรกิจเพลง

โดย....นิธิ ท้วมประถม

ในที่สุด บริษัทอาร์เอส ก็ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอย่างเต็มตัว หลังจากที่ “ชิมลาง” เปิดตัวช่องรายการต่างๆ เช่น YOU Channel และช่อง สบายดี ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 ช่องได้กลายเป็นช่องรายการเพลงอันดับ 1 ในช่องทีวีดาวเทียมไปแล้ว

ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งกับผู้ชมในประเทศไทย เพราะในปัจจุบันกว่า 10 ล้านครัวของครัวเรือนทั้งหมดในประเทศที่มีอยู่กว่า 20 ล้านครัวเรือนต่างติดจานทีวีดาวเทียมทั้งสิ้น นั่นหมายความว่ารายการที่ออกอากาศอยู่บนดาวเทียมนั้นมีโอกาสเข้าถึงครัวเรือนทั้ง 10 ล้านครัวเรือน

และที่สำคัญอัตราการเติบโตของจานดาวเทียมยังมีทิศทางที่ดีอย่างมาก โดยคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้าจำนวนครัวเรือนที่ติดตั้งจานดาวเทียมก็จะอยู่ที่ 20 ล้านครัวเรือน หรือหมายความว่ากว่า 99% ของครัวเรือนในประเทศไทย จะเข้าถึงรายการทีวีผ่านดาวเทียม

ส่งผลให้ ต่อไปนี้มหาอำนาจรายการทีวี จะไม่ได้จำกัดอยู่ที่ โทรทัศน์ช่องหลักอย่าง 3 ,5 ,7 ,9 ,สทท 11 และ ไทยพีบีเอส อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นช่องรายการกว่า 100 ช่องที่ออกอากาศผ่านดาวเทียม และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ ขาใหญ่ ในวงการบันเทิง กระโดดเข้ามาสู่ธุรกิจทีวีดาวเทียม

เฮียฮ้อฟันธง3ปีรายได้ทีวีดาวเทียมแซงธุรกิจเพลง สุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์

สุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ หรือ เฮียฮ้อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาร์เอส ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ โพสต์ทูเดย์ ว่าในภาพใหญ่แล้ว ธุรกิจดาวเทียมคืออนาคตใหม่ที่อาร์เอส เห็นโอกาส และต้องให้ความสำคัญกับธุรกิจนี้ ซึ่งผู้ที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจดาวเทียมได้ ต้องมีคอนเทนต์ หรือรายการ เพราะคอนเทนต์ คือหัวใจของธุรกิจดาวเทียม ส่วนที่เหลือคือการตลาด และงบการลงทุน

“อาร์เอส จะวางตัวเองเป็น คอนเทนต์ โพรวายเดอร์ หรือผู้ผลิตรายการ เพื่อแพร่ภาพในทีวีดาวเทียม ในทุกระบบไม่ว่าจะเป็นจานซีแบนด์ เคยู แบนด์ หรือดาวเทียมอะไรก็ตาม ต้องมีรายการของอาร์เอส อยู่ดาวเทียมทุกยี่ห้อ ทุกระบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเห็นรายการของเราได้ เรามีความเชี่ยวชาญในเรื่องของรายการ ไม่ว่าจะเป็นด้านบันเทิง หรือ กีฬา คือเป็นทั้ง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และสปอร์ต”

อย่างไรก็ตาม เฮียฮ้อ มองว่า การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มแกรมมี่ อาร์เอส และเจเอสแอล และกลุ่มอื่นๆ จะทำให้ภาพรวมของทีวีดาวเทียมดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพรายการที่ออกอากาศ เพราะที่ผ่านมาเกือบ 10 ปี กลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจดาวเทียมส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มทีมีงบประมาณน้อย เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ที่เน้นผลิตรายการเพื่อขายสินค้าเป็นหลัก ทำให้คุณภาพของรายการไม่อยู่ในมาตรฐานที่ดีมากนัก และทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง ทีวีดาวเทียม กับฟรีทีวี ช่องหลัก

แต่เมื่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่เริ่มเข้ามาในธุรกิจทีวีดาวเทียม ทำให้คุณภาพของรายการที่ออกอากาศในทีวีดาวเทียม ทัดเทียม และเท่าเทียมกับ ฟรีทีวี เดิมก็จะทำให้ภาพของทีวีดาวเทียม ว่าเป็นช่องรายการไร้คุณภาพหมดไป และช่องรายการที่ไม่มีคุณภาพ ก็จะเริ่มลดน้อยลงจากการแข่งขัน

“ต่อไปนี้ ทีวีดาวเทียม ก็คือฟรีทีวี ไม่ใช่เคเบิลทีวี เพราะแค่มีจานก็รับชมทุกรายการได้เหมือนกัน ซึ่งอาร์เอส กำลังก้าวเข้าไปทำฟรีทีวี เช่นกัน ล่าสุดก็เปิดตัวช่อง 8 อินฟินิตี้ ไป ซึ่งช่อง 8 นี้ จะเป็นช่องที่อยู่ถัดมาจากช่อง ฟรีทีวีปกติ เพราะเราคิดว่าเรามีคุณภาพพอ โดยช่องนี้ จะเป็นช่องที่ออกอากาศละครใหม่ๆ เหมือนกับช่องฟรีทีวี”

เฮียฮ้อ บอกว่า ใช้เงินลงทุนไปกับ ช่อง 8 อินฟินิตี้ กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งงบจำนวนนี้เป็นงบสำหรับสร้างละคร อย่างเดียว ซึ่งเป็นงบที่เท่ากับการสร้างละครให้กับช่อง 3 ช่อง 5 ใช้ดาราแม่เหล็กระดับเดียวกัน ดังนั้นคุณภาพของละครก็จะเท่ากัน

“ช่อง 8 ของเรา ก็คือฟรี ทีวี เหมือนกับช่อง 3 ,5 ,7,9 ไม่มีอะไรต่างกัน เพียงแค่มีจานดาวเทียมก็รับได้แล้ว”

ที่สำคัญ เฮียฮ้อ บอกว่า เงิน 100 ล้านที่ลงทุนไปนั้น คาดว่าจะคุ้มทุนใน 1 ปี

ธุรกิจทีวีดาวเทียม นั้นเป็นธุรกิจที่ เฮียฮ้อ มองว่ามีอนาคตอย่างมาก ทั้งจากการเติบโตของจำนวนจานดาวเทียม และ เม็ดเงินโฆษณาที่โตตามไปด้วย โดยคาดว่าในปีนี้เม็ดเงินโฆษณาในทีวีดาวเทียมจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 1 เท่าตัว

สำหรับแนวคิดในการทำรายการผ่านทีวีดาวเทียม นั้น เฮียฮ้อ ย้ำว่าไม่ต้องการทำเยอะช่อง แต่ให้ทำแต่ละช่องให้มีความชัดเจนในตัวเอง ว่าลูกค้าของช่องนี้คือใคร ลูกค้าแต่ละช่องต้องไม่ทับซ้อนกันเอง และที่สำคัญคุณภาพการผลิตรายการต้องเทียบเท่าฟรีทีวี

การผลิตรายการให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับรายการที่ออกอากาศในฟรีทีวี หลายคนอาจมองว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะรายได้ที่ขายให้กับฟรีทีวี กับรายได้จากทีวีดาวเทียมนั้นไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการจำกัดงบประมาณในการลงทุน แต่เฮียฮ้อ มองว่า

“รายการละครเฮียลงทุนเรื่องละ 40 ล้านบาท ถ้าทำขายให้กับฟรีทีวี กำไรเรื่องละ 5 ล้านบาท แต่สิทธิเป็นของช่องไปเลย แต่ถ้าทำออกอากาศเอง ลงทุนเท่ากัน กำไรน้อยหน่อยแต่ทุกอย่างเราได้กลับคืนมาหมด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ของละคร ได้โปรโมทช่องไปด้วย ถือว่าคุ้มมากกว่า”

เฮียฮ้อ ยอมรับว่าช่วงนี้คือช่วงการสร้างการรับรู้ให้กับผู้ชมว่ามีรายการดีๆ ที่ไม่ใช่อยู่แค่ฟรีทีวีเดิม แต่อยู่ในช่องต่างๆ ของทีวีดาวเทียม และในอนาคตเชื่อว่าการที่ทีวีดาวเทียมมี 100 ช่อง ไม่ใช่อุปสรรคของผู้ผลิตรายการ เพราะหากรายการมีคุณภาพผู้ชมจะจดจำเองว่าจะดูช่องไหน

“ในอนาคตออีก 3 ปี รายได้จากทีวีดาวเทียม จะใหญ่กว่าธุรกิจเพลง ที่ปัจจุบันสร้างรายได้ให้กับอาร์เอส ประมาณ 50% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนทีวีดาวเทียม ทำรายได้อยู่ประมาณ 20%”

รายได้ของทีวีดาวเทียม ที่เฮียฮ้อ มองว่าจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากปริมาณการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มมากขึ้น และอีกปัจจัยที่จะทำให้รายได้ของ อาร์เอส เพิ่มขึ้น คือ รายการกีฬาต่างๆ ที่เฮียฮ้อ กำลังมองตาเป็นมัน สำหรับการซื้อลิขสิทธิ์ รายการกีฬาใหญ่ๆ มาออกอากาศผ่านทีวีดาวเทียม

ที่แน่ๆ คือ การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2013 ที่อาร์เอส ได้ลิขสทธิ์การถ่ายทอดทุกแมทช์ ซึ่งในการถ่ายทอดครั้งนี้ อาร์เอส จะเก็บค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดอย่างแน่นอน เนื่องจากจะถ่ายทอดผ่านทีวีดาวเทียม ซึ่งสามารถบล็อกสัญญาณได้ หากลูกค้ารายใดไม่เสียค่ารับชม

“เทคโนโลยีทีวีดาวเทียม ทำให้เราทำอย่างนี้ได้ และราคาที่เราเก็บนั้นจะเป็นราคาเหมาจ่ายทุกแมทช์ ซึ่งเป็นราคาที่เฮียมั่นใจว่า เป็นราคาที่ทุกคนยอมจ่าย เพราะเราถือว่าฐานผู้ชมเรามีเป็น สิบๆ ล้านครัวเรือน เฉลี่ยแล้วครัวเรือนละไม่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่ยากคือต้องทำให้ประชาชนยอมรับว่า ลิขสิทธิ์ฟุตบอลที่ได้มานั้นมีต้นทุน ต้องทำเป็นธุรกิจ ไม่ใช่รอแต่ของฟรีอย่างเดียว”

นอกจากนี้ เฮียฮ้อ ยังมองไปที่การประมูลลิขสทธิ์ การถ่ายทอดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ ที่ทรูวิชั่น ได้สิทธิ์อยู่ด้วย โดยบอกว่าในฤดูกาลหน้า คือฤดูกาล 2013 ซึ่งจะประมูลในต้นปี 2012 นี้อาร์เอส จะร่วมประมูลแข่งขันแน่นอน เพราะต้องการให้ประชาชนได้ดูการถ่ายทอดกีฬาดีๆ ในราคาประหยัดกว่าในปัจจุบัน

“ถ้าเราได้สิทธิถ่ายทอดพรีเมียร์ลีก รายได้จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ซึ่งผมมั่นใจว่าจะทำให้ประชาชนได้ดูพรีเมียร์ลีก ในราคาที่ต่ำกว่าในปัจจุบัน โดยแนวคิดก็ต้องคิดเหมาจ่ายเป็นรายเดือน เป็นฤดูกาลไปเลย”

เฮียฮ้อ ย้ำว่า การเข้ามาของอาร์เอส ในธุรกิจทีวีดาวเทียมตั้งแต่เมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและเริ่มรุกหนักตั้งแต่นี้ไป ถือว่าไม่ช้าเกินไป เพราะธุรกิจบางธุรกิจกระโดดเข้ามาช้าคุ้มกว่าการกระโดดเข้าไปเร็ว

"ถ้าอาร์เอส กระโดดเข้าธุรกิจนี้ไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ถือว่าไม่คุ้มเพราะในตอนนั้นบ้านเรามีชาวบ้านติดจานดาวเทียมกันกี่ครัวเรือน แต่ตอนนี้มี 10 ล้านครัวเรือน การลงทุนในช่วงนี้ คือการลงทุนในช่วงที่มีตลาดแล้ว ลงทุนอย่างไรก็คุ้มค่า"

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน