posttoday
เกาะติดสถานการณ์

เกาะติดสถานการณ์

04 กุมภาพันธ์ 2553

กกพ.จัดสัมมนาแผนรับมืออากาศโลก

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. เตรียมจัดสัมมนาเชิงวิชาการครั้งใหญ่ “งานการกำกับกิจการพลังงาน กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก” เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หวังได้แนวร่วมรับมือแก้ปัญหาโลกร้อน พร้อมรวมพลังเรกูเลเตอร์ภูมิภาค ผลักดันบทบาทในมิติการกำกับกิจการพลังงานสู่เวทีโลก และเป็นเจ้าภาพต้อนรับเรกูเลเตอร์ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 9+3 และผู้เข้าร่วมงานกว่า 350 คน ระหว่างวันที่ 56 ก.พ.นี้ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ

ภาคพลังงานทั่วโลก มีส่วนในการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ดังนั้น นอกจากการเตรียมความพร้อมแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเชิงนโยบายของประเทศแล้ว กกพ. ในฐานะผู้กำกับดูแลกิจการพลังงาน เล็งเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแผนและหาแนวทางที่จะกระตุ้นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ และผู้ใช้พลังงานตระหนักถึงความจำเป็น และมีส่วนร่วมในการแสวงหาแนวทางร่วมกันในการแก้ปัญหา และพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล จึงมีแนวคิดริเริ่มในการรวมกลุ่มเรกูเลเตอร์จากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า และไทย รวม 10 ประเทศ ร่วมด้วยหน่วยงานด้านการกำกับกิจการพลังงานที่มีบทบาทสำคัญในเอเชียอีก 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น เพื่อมาร่วมสัมมนาและหารือร่วมกันภายใต้ชื่อ “งานการกำกับกิจการพลังงาน กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก” ซึ่งนับเป็นการสัมมนาเชิงวิชาการระดับนานาชาติด้านการกำกับกิจการพลังงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี กกพ. จากประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดสัมมนาเชิงวิชาการครั้งนี้

 

 

ด้าน ดร.พัลลภา เรืองรอง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวเสริมว่า การสัมมนาเชิงวิชาการด้านการกำกับกิจการพลังงานครั้งนี้ นับเป็นงานสัมมนาเชิงวิชาการที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผลจากการจัดสัมมนาเชิงวิชาการครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพในการกำกับกิจการพลังงานในอนาคต สำหรับหัวข้อการสัมมนาหลักจะเป็นการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับบทบาทของหน่วยงานกำกับกิจการพลังงานในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เพื่อหาแนวทางในการลดภาวะโลกร้อนในระดับภูมิภาค โดยเรกูเลเตอร์ จากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จะร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ เพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ กกพ. จะนำเสนอแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน อาทิ แนวคิดเกี่ยวกับกลไกการพัฒนาพลังงานที่สะอาดสำหรับภาคพลังงาน (Clean Development Mechanism: CDM) รวมถึง แนวคิดการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในรูปแบบของการบริหารจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (DemandSide Management: DSM) เป็นต้น

“สำหรับการสัมมนาเชิงวิชาการครั้งนี้ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 56 กุมภาพันธ์ 2553 ณ โดยมีหน่วยงานกำกับกิจการพลังงานของประเทศต่างๆ ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง หน่วยงานภาครัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัด นักวิชาการ และองค์กรอิสระจากทั่วประเทศกว่า 350 คน เข้าร่วมงาน โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับฟังบรรยายพิเศษจาก นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่อง “ประเทศไทยกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก พลังงานสะอาด ... พลังงานประสิทธิภาพ” และการสัมมนาระหว่างกรรมการกำกับกิจการพลังงานในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่อง “The Issues, Challenges and priorities faced by regulators in the next 510 years” เป็นต้น” ดร.พัลลภา กล่าว

นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “การสัมมนาเชิงวิชาการในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการระดมความร่วมมือทั้งในส่วนของ เรกูเลเตอร์ และส่วนของสำนักงานฯ เพื่อสร้างมาตรฐานการกำกิจการพลังงานของเวทีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะทำให้เรกูเลเตอร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความแข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการผลักดันนโยบาย และแนวทางการทำงานของเรกูเลเตอร์ในภูมิภาคให้มีบทบาท ตลอดจนได้รับความสนใจ และความร่วมมือจากกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานใน เวทีโลกได้ ซึ่งจะนำมาสู่การพัฒนา และการเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านการกำกับกิจการพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ และประชาชน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เป็นผู้ประสานความร่วมมืออันดีนี้ต่อไป”

“ผมเชื่อมั่นว่า การสัมมนาเชิงวิชาการครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกของความร่วมมือด้านการกำกับกิจการพลังงานในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันจะนำมาซึ่งการสนับสนุน และการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแนวทางในการกำกับกิจการพลังงานที่ให้ความสำคัญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกร่วมกันอย่างสูงสุดที่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะสามารถร่วมมือกันได้ ทั้งในด้านข้อมูลทางวิชาการ การศึกษาวิจัย และผลักดันให้องค์กรด้านพลังงานมีมาตรการในการดูแลการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนผลักดันให้เกิดมาตรการในการลดภาวะเรือนกระจกร่วมกันอีกด้วย” ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก กล่าวสรุป

ประกาศศักยภาพพร้อมร่วมงานรัฐ

สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ประกาศความพร้อมเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของกรมส่งเสริมการส่งออก ในรูปแบบของ Market Place เพื่อแสดงให้เห็นว่า การออกงานแสดงสินค้าสมควรเป็นในรูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้นสินค้าที่มีนวัตกรรม รองรับการรับช่วงผลิตของลูกค้าเอสเอ็มอีในต่างประเทศ ซึ่งกรมตอบรับให้การสนับสนุน คัดเลือกสมาชิกที่มีศักยภาพและสามารถส่งออกได้ โดยแนะให้สมาคมรวบรวมและคัดเลือกสมาชิก ให้มาสมัครเป็นสมาชิก Exporter List ของกรม เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์การสนับสนุนในด้านต่างๆ

หนุนเกษตรอินทรีย์ลุยส่งออก

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดงานรวมพลคนอินทรีย์ปี 2553 ออแกนิกส์ ซิมโพเซียม และงานสัมมนาโอกาสเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยตั้งเป้าหมายจะผลักดันการบริโภคเกษตรสินค้าอินทรีย์ในประเทศให้มากขึ้น พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทย สร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดส่งออก โดยตลาดที่มีความต้องการสูง ได้แก่ ตลาดในสหภาพยุโรป เอเชีย และญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมายจะขยายการส่งออกให้โต 10% และคาดว่าในปีนี้มูลค่าตลาดทั่วโลกจะสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน