
ตลาดน้ำเมาเสี่ยง สิงห์บุกครบวงจร
โพสต์ทูเดย์ — สิงห์ฯ ลดความเสี่ยงน้ำเมา ปรับสู่อาหารเครื่องดื่มครบวงจร เพิ่มสัดส่วนกลุ่มนันแอลกอฮอล์ 30% ใน 3-5 ปี
นายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการกลุ่มการตลาดนันแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบปีละกว่า 60 ล้านบาท สำหรับพัฒนาและวิจัยสินค้าใหม่ของบริษัท ทั้งกลุ่มเบียร์ และผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ ที่ตั้งเป้าสู่การเป็นผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจร เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแนวโน้มเติบโตลดลง
ล่าสุดบริษัทใช้งบกว่า 60 ล้านบาท ทำตลาดขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ยี่ห้อ เอ็นจอย ในรูปแบบปลาแผ่นกรอบปรุงรส เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยว และเห็นโอกาสของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คาดว่าปีแรกจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 130 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาด 10% ในตลาดฟิชสแน็กมูลค่า 1,380 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 20% ภายในปี 2555
ส่วนตลาดฟิช สแน็ค ที่มีมูลค่า 1,380 ล้านบาทนั้น เติบโตสูงถึง 15% ในปี52 ซึ่งเติบโตมากกว่า ตลาดขนมคบเคี้ยวที่มีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท
สำหรับการผลิตสินค้าใหม่ดังกล่าว ได้มอบหมายให้บริษัท แคปปิตอล เทรดดิ้ง ผู้ผลิตสาหร่ายยี่ห้อซีริโกะ เป็นผู้ผลิตสินค้าให้ทั้งหมด และอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าร่วมทุนในบริษัทดังกล่าวด้วย
ซึ่งต้องประเมินว่า การเข้าไปร่วมทุนในครั้งนี้มีโอกาสขยายธุรกิจมากน้อยเพียงใด ซึ่งในเร็วๆนี้บริษัทยังเตรียมทำตลาด เอ็นจอย ขนาดใหม่ 15 กรัม ราคา10 บาท จากปัจจุบันวางจำหน่าย ขนาด 28 กรัม ราคา 20 บาท โดยมี 3 รสชาติที่วางจำหน่ายแล้วได้แก่ รสออริจินัล, รสฮอต แอนด์ สไปซี่ และวาซาบิ
นอกจากนี้ ยังเตรียมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านค้าทั่วไปมากขึ้น ปัจจุบันวางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นเท่านั้น และเตรียมทำตลาดเอ็นจอยขนาดใหม่ 15 กรัม ราคา 10 บาท จากปัจจุบันมีขนาด 28 กรัม ราคา 20 บาท จาก 3 รสชาติได้แก่ รสออริจินัล, รสฮอต แอนด์ สไปซี่ และวาซาบิ
ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายในอีก 35 ปีข้างหน้าจะมีสัดส่วนรายได้สินค้ากลุ่มนันแอลกอฮอล์ 30% ของรายได้ทั้งบริษัท จากปัจจุบันมีสัดส่วน 10% คิดเป็นรายได้ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโซดา 4,000 ล้านบาท น้ำดื่ม 3,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็นบีอิ้ง และขนมขบเคี้ยวขณะที่ยอดขายเบียร์อยู่ที่ 8 หมื่นลัง
โดยในปี 52 บริษัทมียอดขายเบียร์ 8 หมื่นลัง ซึ่งในปี 52 ที่ผ่านมา รายได้จากกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โซดา 4,000 ล้านบาท น้ำดื่ม 3,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็น บีอิ้ง และขนมคบเคี้ยว โดยกลุ่มสินค้าที่เติบโตมากที่สุดในปีก่อน คือ บีอิ้ง เติบโต 100% รองลงมา กลุ่มของขบเคี้ยว 89% น้ำดื่มเติบโต 15% และโซดา 5% ทั้งนี้ในปีนี้ได้ใช้งบพัฒนาสินค้าในกลุ่มนี้ประมาณ 60 ล้านบาท







