
ผู้บริโภคกระเป๋าแฟบ ของแพง ค่าเงินหด
8...ทีมข่าวธุรกิจตลาด
ราคาสินค้าปีนี้แพงตามคาด แค่เดือนม.ค. ราคาก็พุ่งพรวด 4.1% สูงสุดในรอบ 16 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2551 เป็นต้นมา
สินค้าที่นำโด่งขึ้นราคา คือ สินค้าเกษตร ทั้งกลุ่มพืช ผัก และผลไม้ อันเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนทั่วโลก ไม่แล้งก็น้ำท่วม ผสมโรงด้วยภัยพิบัติ จนหลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญได้รับความเสียหาย เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไม่พอรองรับความต้องการของตลาด
แม้ในส่วนของไทยจะไม่ได้ประสบภัยพิบัติหนักหน่วง แต่ก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง น้ำน้อย ไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกประจำฤดูกาล
ฉะนั้น ที่เคยเพิ่มการเพาะปลูกนอกฤดูกาลได้อีกทาง ปีนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง ทำให้ผลผลิตที่เคยออกสู่ตลาดได้มาก กลับลดน้อยลงทันตาเห็น
สินค้านอกกลุ่มเกษตรที่ขยับขึ้นราคาตามติดไม่ห่าง ก็ได้แก่ ราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตลอดจนสินค้าประเภทต้นทุนอื่นๆ อาทิ บรรจุภัณฑ์ พลาสติก เหล็ก โลหะต่างๆ
นี่ยังไม่นับรวมสินค้าอุปโภค บริโภค อีกหลายรายการที่ตรึงราคากันมาข้ามปี จากปีที่แล้ว ปีนี้พยายามออกงิ้วกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตปรับขึ้นราคาสินค้าอยู่ทุกวัน
ยิ่งเดือนก.พ. มีเทศกาลสำคัญอย่างวันตรุษจีนด้วยแล้ว เชื่อว่าราคาสินค้าทุกรายการปรับราคาขึ้นถ้วนหน้าแน่ ไม่จำเพาะแค่หมู เป็ด ไก่ ผัก ผลไม้เท่านั้น เพราะตรุษจีนของทุกปีถือเป็นช่วงเหมาะของการทำกำไร
ถัดจากเดือนก.พ. เข้าเดือนมี.ค. ไปจนถึงเดือนเม.ย. ก็จะเป็นเทศกาลสงกรานต์ วันปีใหม่ของไทย ซึ่งก็เป็นอีกเทศกาลที่มีการจับจ่ายใช้สอยสะพัดไปทั่วทุกจังหวัด
ก็อยู่ที่ว่า แรงต้านของกรมการค้าภายในจะหมดลงวันไหน
ตัวแปรที่จะชี้ชะตาแนวโน้มราคาสินค้ากลุ่มดังกล่าว หนีไม่พ้น ราคาน้ำมัน และก๊าซ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิต
โชคดีที่เวลานี้ ราคาน้ำมันยังมีขึ้นบ้าง ลงบ้าง ส่วนราคาก๊าซก็ยังอยู่ในกระบวนการอุดหนุนราคาจากรัฐบาลจนถึงสิ้นเดือนส.ค. และมีแววว่าจะต่ออายุการอุดหนุนไปจนถึงสิ้นปี ตามคำบอกกล่าวของนายศิวะนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน หรือสบพ. หากไม่มีการโยนภาระให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องโดดเข้ามาอุ้มราคาดีเซล ในกรณีที่ราคาน้ำมันมีแต่ขึ้นไม่มีลง จนดีเซลทะลุ 30 บาทต่อลิตร
เวลานี้ ราคาดีเซลเฉียด 28 บาทต่อลิตร ก็ใช่ว่า โอกาสจะทะลุ 30 บาทต่อลิตรจะไม่มีให้เห็น แม้ทุกคนจะประสานเสียงตรงกันว่าไม่อยากเห็นก็ตาม
อย่างที่รู้กันว่า สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกเวลานี้ กำลังฟื้นตัว
แน่นอนว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกก็จะค่อยๆ ขยับขึ้นเช่นกัน และยังมีตัวป่วน คือ กองทุนเก็งกำไรที่จะคอยมาป้วนเปี้ยนปั่นราคาน้ำมันเป็นระลอกๆ
ดังนั้น จึงนิ่งนอนใจได้ยากกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน และก็ต้องพูดคาบเกี่ยวไปถึงราคาก๊าซด้วย เพราะถ้าน้ำมันแพงมาก คนก็จะแห่ไปใช้ก๊าซแทน กลายเป็นความเสี่ยงที่ต้องไปวัดใจรัฐบาลว่าจะยืนระยะในการอุดหนุนราคาได้ครบกำหนดเดิมหรือไม่
สถานการณ์แบบนี้ ผู้บริโภคคงต้องเตรียมพร้อมรับมือ บริหารเงินในกระเป๋าให้ดี แม้จำนวนเงินในกระเป๋าจะไม่ได้ลดลง แต่ค่าเงินมันลดเองโดยอัตโนมัติ เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น
ที่พอจะหวังพึ่งพาหน่วยงานราชการและนโยบายจากรัฐบาลได้ ก็คงมีเพียงการเรียกร้องให้ดูแลการค้าภายในประเทศให้เป็นไปอย่างยุติธรรม สอดส่องดูแลไม่ให้มีการค้ากำไรเกินควร หรือใช้กลโกงต่างๆ นานา มาเอาเปรียบผู้บริโภค แต่ไม่สนับสนุนให้ใช้งบรัฐเข้ามาอุดหนุนราคา เพราะทำให้กลไกตลาดบิดเบือน
ที่สำคัญอย่าลืมส่งสัญญาณล่วงหน้าให้ชัดเจนว่าสินค้ารายการไหนบ้างที่จะยอมให้ขึ้นราคา ผู้บริโภคจะได้ปรับตัวตามได้ทัน







