posttoday
มาบตาพุด...เร่งแก้แต่ไม่จบ

มาบตาพุด...เร่งแก้แต่ไม่จบ

04 กุมภาพันธ์ 2553

...ปานปรีย์ พหิทธานุกร

 ฉบับที่แล้วผมทิ้งปมเรื่องการแก้ไขปัญหามาบตาพุดของรัฐบาลว่า เหมือนมีความคืบหน้าไประดับหนึ่ง โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่ยังถือไม่ได้ว่าปัญหามาบตาพุดคลี่คลายลงแล้ว

เพราะถึงขณะนี้ความกังวลหลักที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหายังคงอึมครึมต่อไป โดยเฉพาะกรอบระยะเวลาที่ 65 โครงการจะรับความเห็นชอบให้เดินต่อไปได้

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมยังมีความเป็นห่วงในเรื่องการจัดตั้งองค์การอิสระภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำให้การแก้ไขปัญหามาบตาพุดสะดุด หยุดลง และอาจสร้างปัญหาเพิ่มเติม

เพราะคำถามที่ว่าองค์การอิสระตามความหมายของมาตรา 67 วรรค 2 ต้องออกกฎหมายมารองรับหรือไม่ หากมีการตีความว่าต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่คณะรัฐมนตรีกลับใช้อำนาจในฐานะฝ่ายบริหารออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมาแทนพระราชบัญญัติ แม้จะชั่วคราวเท่านั้น ก็ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะอาจเป็นการฝ่าฝืนขัดต่อรัฐธรรมนูญได้

เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 303 ที่กำหนดให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงกฎหมายในหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับเฉพาะกรณีนี้โดยตรง คือ ส่วนที่ 12 ในรัฐธรรมนูญกล่าวถึงสิทธิชุมชน ซึ่งมีอยู่ในมาตราคือ 66 และ 67 ยิ่งน่าเป็นห่วงว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่ององค์การอิสระถูกทางหรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากรัฐบาลจะออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งองค์การอิสระ (เฉพาะกาล) ไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2553 แต่ปรากฏว่าก่อนหน้านี้มีการเสนอร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

นั่นก็คือ... ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ลงวันที่ 29 ต.ค. 2552 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดในการดำเนินให้สอดคล้องกับมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ

ตรงนี้ก็ยิ่งสร้างความมึนงงว่า ตกลงรัฐบาลจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ เสนอกฎหมาย เสนอระเบียบสำนักนายกฯ และกำลังพิจารณาส่งร่างกฎหมายเกี่ยวกับองค์การอิสระอีกฉบับเข้าสภา

อีกปัญหาที่กำลังรอคอยการแก้ไขซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะคือ มลภาวะที่เกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรมในมาบตาพุดที่ยังไม่ได้แก้ไข

เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นประเด็นข่าวน้อยกว่าเรื่อง 65 โครงการ ซึ่งมีข้อสังเกตว่า 65 โครงการนี้เป็นโครงการใหม่ ยังไม่ได้ก่อมลภาวะใดๆ ทั้งสิ้น เพราะยังไม่เริ่มดำเนินการ ส่วนที่สร้างมลภาวะในพื้นที่ขึ้นมาคือโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

บางโครงการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและละเลยความรับผิดชอบต่อชุมชนเป็นต้นตอปัญหา

ผมเข้าใจว่าตรงนี้น่าจะเกิดจากการที่ผู้ร้องเรียนไม่ประสงค์ให้มีโรงงานหรือโครงการไปสร้างมลภาวะเพิ่มเติมในพื้นที่อีกต่อไป

แต่หากรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีแผนลด ขจัดมลภาวะ ตลอดจนแผนปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจากนี้ไปการดูแลรักษาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น...

ปัญหาการร้องเรียนก็จะไม่จบลง แล้วจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังโครงการอื่นๆ ต่อไป

ปัญหาในมาบตาพุดเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะมองข้ามไปไม่ได้ เพราะหากแก้ไขไม่ถูกทาง เรื่องเกี่ยวกับ 65 โครงการ เรื่องมลภาวะ และการค้า การลงทุน ยิ่งถูกซ้ำเติมจนขยายสภาพปัญหาเพิ่มขึ้นไปอีกจนยากที่จะแก้ไขได้

ในที่สุดก็จะมีผลกระทบทำลายความเชื่อมั่นด้านการลงทุน รวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย

ผมเห็นว่าสภาพปัญหาในขณะนี้ยังอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลยังแก้ไขได้ ไม่สายเกินไป เพียงแต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบอย่างผู้รู้ โดยเฉพาะอย่าให้เกิดความผิดพลาดในประเด็นข้อกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ที่อาจนำไปสู่อุปสรรคของการแก้ไขปัญหาภาพรวมของมาบตาพุดต่อไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน