
อุตฯเชื่อปีนี้มีอ้อย80ล้านตันดันปริมาณน้ำตาลพุ่ง
กระทรวงอุตฯ คุยปีนี้คาดมีอ้อย 80 ล้านตัน โรงงานทยอยขอเลื่อนปิดหีบไปถึงต้นเดือนพ.ค. เหตุยังเหลืออ้อยเข้าโรงงานไม่หมด
กระทรวงอุตฯ คุยปีนี้คาดมีอ้อย 80 ล้านตัน โรงงานทยอยขอเลื่อนปิดหีบไปถึงต้นเดือนพ.ค. เหตุยังเหลืออ้อยเข้าโรงงานไม่หมด
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในฤดูกาลผลิต 2553/2554 นี้ ปริมาณอ้อยที่จะผลิตได้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 80 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมาก เพิ่มขึ้นมากว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 76 ล้านตัน เนื่องจากตอนนี้มีปริมาณอ้อยเข้าโรงงานแล้ว 76 ล้านตัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ปิดหีบ ทำให้มีโรงงานน้ำตาลเริ่มทยอยเข้ามาขอเลื่อนการปิดหีบอ้อย ออกไปจากที่คาดว่าจะปิดหีบช่วงกลางเดือนเม.ย. ก็จะไปปิดช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ หรือถึงช่วงเดือนพ.ค.แทน เนื่องจากยังมีอ้อยอีกจำนวนมากยังไม่เข้าโรงงาน จึงเป็นข่าวดีของชาวไร่ และยังเป็นตัวยืนยันได้ว่าปริมาณน้ำตาลในเมืองไทยก็จะมีมากขึ้น
“มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากสำหรับไทย เพราะขณะนี้หลายประเทศผลผลิตตกต่ำ ซึ่งการที่อ้อยมีผลผลิตดีเป็นผลมาจากภาวะอากาศที่หนาวและมีฝนตกจะส่งเสริมให้อ้อยตอมีการเติบโตที่ดี ที่จะทำให้ต้นทุนการปลูกอ้อยในปีหน้าลดต่ำลงโดยไม่ต้องไปอาศัยอ้อยพันธุ์”นายชัยวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ ปริมาณอ้อยที่มีแนวโน้มดีขึ้นนั้นจะสอดรับกับแนวทางการส่งเสริมการตั้งและย้ายขยายโรงงานน้ำตาล โดยขณะนี้มีโรงงานเข้ายื่นเรื่องขอตั้งโรงงาน และย้ายขยาย ต่อคณะกรรมการพิจารณาการย้ายและขยายโรงงาน ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ซึ่งหากพิจารณาโรงงานใดผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้แล้ว ทางคณะกรรมการฯ สรุปมา ก็พร้อมที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติให้ตามขั้นตอน
สำหรับกรณีที่กระทรวงพาณิชย์จะมีการนำน้ำตาลทรายบรรจุซอง ขวด มาเป็นสินค้าควบคุมนั้น คิดว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ในการพิจาณา กระทรวงอุตสาหกรรมคงไม่สามารถบอกได้ว่าดีหรือไม่ดี เนื่องจากเป็นผู้ดูแลฝ่ายการผลิต แต่ก็จะพยายามทำหน้าที่ดูแลปริมาณให้เพียงพอ
นายประเสิรฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า คาดว่าปริมาณอ้อยปีนี้จะทะลุ 80 ล้านตันอ้อย ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลทรายสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้จากเดิม 7 ล้านตันเป็น 8.32-8.7 ล้านตัน เนื่องจากช่วงแรกจะเจอภาวะภัยแล้ง แต่ต่อมามีฝนตกและอากาศเย็นจึงทำให้ผลผลิตดีขึ้น ซึ่งเหตุผลดังกล่าวหลายโรงงานจึงขอเลื่อนปิดหีบไปเป็นสิ้นเม.ย.และบางแห่งเลยไปถึงต้นพ.ค.แทน
“ปกติโรงงานส่วนใหญ่จะปิดหีบช่วงหยุดสงกรานต์แต่ปีนี้บางโรงงานจะไปปิดช่วงต้นพ.ค. เพราะมีปริมาณอ้อยที่มาก และแม้ว่าปริมาณอ้อยเราจะเพิ่มแต่จะไม่มีผลต่อราคาตลาดโลกให้ต่ำ เพราะหลายประเทศทั่วโลกเจอปัญหาภัยธรรมชาติที่กระทบต่อการผลิตอ้อยลดลง แต่ไทยเจอภัยธรรมชาติที่หนาวเร็ว ทำให้อ้อยตอมีผลผลิตดีขึ้นและจะมีผลต่อการผลิตในปีต่อไป”นายประเสริฐ กล่าว







