
บีโอไอเล็งปรับลดกิจการให้สิทธิประโยชน์
บีโอไอเล็งปรับลดกิจการให้สิทธิประโยชน์ จะเน้นส่งเสริมเฉพาะกิจการต่อยอด เพิ่มมูลค่า เพื่อเปลี่ยนตัวชี้วัดการลงทุนจากเม็ดเงิน เป็นคุณภาพโครงการลงทุน
บีโอไอเล็งปรับลดกิจการให้สิทธิประโยชน์ จะเน้นส่งเสริมเฉพาะกิจการต่อยอด เพิ่มมูลค่า เพื่อเปลี่ยนตัวชี้วัดการลงทุนจากเม็ดเงิน เป็นคุณภาพโครงการลงทุน
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อยู่ระหว่างการปรับปรุงประเภทกิจการที่ต้องการจะส่งเสริมการลงทุนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่จะเปลี่ยนตัวชี้วัดการลงทุนในอนาคต โดยจะใช้คุณภาพของโครงการที่เข้ามาลงทุน ให้ตรงตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป้าหมายที่บีโอไอจะให้การส่งเสริมการลงทุน แทนการวัดด้วยเม็ดเงินลงทุน และเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และนโยบายของรัฐบาลที่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีนิติบุคคลในอนาคต โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกลางปีนี้
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่บีโอไอจะเน้นการให้ส่งเสริมการลงทุน จะเป็นกิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม หรืออุตสาหกรรมต่อยอด มีการใช้เทคโนโลยีระดับสูง เป็นต้น ตัวอย่างเช่น กิจการผลิตยางแผ่น ยางก้อน ก็จะลดการให้สิทธิประโยชน์ลง และหันมาให้สิทธิประโยชน์กับกิจการที่ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา เช่น ถุงมือยางแทน เพื่อให้เมืองไทยสามารถเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่มีคุณภาพมากขึ้น และสามารถต่อยอดให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานในประเทศได้
“การปรับสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ต้องดูอย่างรอบคอบว่าจะลดสิทธิประโยชน์กิจการใดบ้าง ซึ่งกิจการที่ถูกถอดออกไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมเหล่านั้นไม่จำเป็น แต่เห็นว่าเป็นกลุ่มที่อยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในเมืองไทยยังมีจำนวนน้อย เพราะหากมุ่งเน้นแต่เม็ดเงินอย่างเดียวจะทำให้การส่งเสริมการลงทุนมุ่งเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายได้ยาก” นายชัยวุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สัญญาณการลงทุนยังดีอยู่ เป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้ที่ 4 แสนล้านบาทยังคงเดิม แม้ว่าจะมีปัญหาตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น
สำหรับการจัดนิทรรศการ บีโอไอแฟร์ 2011 “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 25 พ.ย. 2554 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขณะนี้มีบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ได้จองพื้นที่จัดแสดงศาลานิทรรศการกลางแจ้งครบจำนวน 84 พาวิลเลียนแล้ว และในวันที่ 30 มี.ค. นี้ ได้มีพิธีลงนามสัญญาจองพื้นที่จัดแสดงในงานบีโอไอ รวมจำนวน 31 บริษัท จาก 20 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมกระดาษ และอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แอนิเมชั่น เป็นต้น
ด้านรายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมลงนามสัญญาจองพื้นที่ในครั้งนี้ จำนวน 31 บริษัท ประกอบไปด้วย บริษัทแอร์โรคลาส บริษัทเอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ บริษัทแคนาดอล กรุ๊ป บริษัทแคนนอน เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) บริษัทดั๊บเบิ้ล เอ (1991) บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) บริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ ประเทศไทย บริษัทฮิตาชิ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) บริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส บริษัทคาวาวากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) บริษัทเข็มเหล็ก บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เป็นต้น







