
ต่างชาติฟันธงปชป.ชนะ
CLSA มองหรูเป้าดัชนี1,400คุยการเงินฮิตสุด
CLSA มองหรูเป้าดัชนี1,400คุยการเงินฮิตสุด
นักลงทุนต่างชาติประสานเสียงประชาธิปัตย์ลอยลำเลือกตั้งชัวร์ ตั้งคำถามการเมืองน้อยลง ซีแอลเอสเอตั้งเป้าหุ้นถึง 1,400 จุด
ซีแอลเอสเอ ออกบทวิเคราะห์เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ดัชนีหุ้นถึงเป้าหมาย 1,400 จุด หรือเพิ่มขึ้นอีก 35% จึงมีความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนสูง
นายธีระพงษ์ วชิรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแทบทุกสำนักส่วนใหญ่ต่างมองเหมือนกันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นผู้ชนะ แต่ในแง่ของภัทรมองต่างออกไป และไม่ได้มั่นใจขนาดนั้น โดยมองว่าโอกาสของทั้งสองพรรคที่จะชนะการเลือกตั้งใกล้เคียงกัน
สำหรับการจัดงาน Thailand Focus 2011 นายธีระพงษ์ กล่าวว่า ครั้งนี้นักลงทุนต่างชาติสอบถามเรื่องการเมืองลดน้อยลง น่าจะมีข้อพิสูจน์จากปีที่ผ่านมา แม้จะมีเหตุการณ์รุนแรงในประเทศ แต่กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังขยายตัวในระดับสูงถึง 30% และราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ภาพรวมการลงทุนดีขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเดียวกัน จากก่อนหน้านี้ราคาจะอยู่ในระดับต่ำกว่าประมาณ 30%
การพบกันระหว่างผู้ลงทุนกับผู้บริหาร บจ. พบว่าได้รับความสนใจทุกอุตสาห กรรม โดยเฉพาะกลุ่มการเงินยังได้รับความสนใจมากที่สุด รองลงมาก็จะเป็นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งมีแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่เป็นบวก อันดับ 3 เป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสนใจใกล้เคียงกับกลุ่มพลังงาน ในขณะที่กลุ่มค้าปลีกก็ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากศักยภาพในการเติบโตระยะยาวสูง
ด้านนายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้สำรวจความคิดเห็นของ บจ.ที่เข้าร่วมให้ข้อมูลแก่นักลงทุนต่างประเทศ พบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจจะเข้ามาลงทุน แต่ขณะนี้ติดปัญหาขาดจำนวนหุ้นเสนอขาย ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีที่ บจ.ไทยจะมีการเพิ่มทุน
นอกจากนี้ นับเป็นจังหวะดีที่จะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เพราะไทยแลนด์โฟกัสได้สร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีต่อตลาดหุ้นไทย ทำให้ยังคงมุมมองเป้าหมายหุ้นไอพีโอจะเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ต) ปีนี้ 1 แสนล้านบาท
“หุ้นไอพีโอที่มีแผนจะเข้าจดทะเบียนขณะนี้มีขนาดใหญ่ กระจายในหลายกลุ่ม อุตสาหกรรม เช่น พลังงาน อาหาร ขนส่ง ทำให้มีความน่าสนใจลงทุน บริษัทใหม่น่าจะใช้โอกาสนี้ในการจะเสนอขายหุ้น เพราะขณะนี้หุ้นในหลายบริษัทจะดูดี แต่มีสภาพคล่องไม่มาก” นายชนิตร กล่าว
ด้านนักลงทุนต่างชาติยังมียอดซื้อสุทธิ 329 ล้านบาท มีส่วนสนับสนุนให้ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,036.36 จุด บวก 3.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 25,605 ล้านบาท







