posttoday
ผลตอบแทนขึ้นลงแคบๆ

ผลตอบแทนขึ้นลงแคบๆ

29 มีนาคม 2554

สุชาติ ธนฐิติพันธ์

สุชาติ ธนฐิติพันธ์

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (21–25 มี.ค. 2554) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 377,168 ล้านบาท

 หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 75,434 ล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 17% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 91% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 341,883 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีมูลค่าการซื้อขาย 27,425 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชนมีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 3,452 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB155A (อายุ 4.2 ปี) LB11NA (อายุ 0.6 ปี) และ LB17OA (อายุ 6.5 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 4,513 ล้านบาท 4,418 ล้านบาท และ 3,995 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB11411A (อายุ 14 วัน) CB11412A (อายุ 14 วัน) และ CB11405A (อายุ 14 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 102,975 ล้านบาท 75,102 ล้านบาท และ 33,845 ล้านบาท ตามลำดับ

หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกนั้น ได้แก่หุ้นกู้ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (TAC118 (AA-)) มูลค่าการซื้อขาย 959 ล้านบาท หุ้นกู้ของธนาคารเกียรตินาคิน (KK129A (A-)) มูลค่าการซื้อขาย 476 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ไทยออยล์ (TOP126A (AA-)) มูลค่าการซื้อขาย 310 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) เคลื่อนไหวขึ้นลงอยู่ในกรอบแคบๆ ในช่วงประมาณ -2 ถึง +2 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ประเทศลิเบียและญี่ปุ่นต้องใช้เวลาในการคลี่คลายอีกระยะหนึ่ง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของนักลงทุนโดยทั่วไป เห็นได้จากมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงเกือบ 17% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เส้นอัตราผลตอบแทนยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนแค่ชะลอการลงทุน แต่ในระยะยาวยังเชื่อมั่นว่าตลาดน่าจะปรับตัวดีขึ้นได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง

สำหรับมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนกลุ่มต่างๆ ที่น่าสนใจนั้น พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก 18,708 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ถึงแม้จะมีสัดส่วนของการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดค่อนข้างน้อย แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงมียอดซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องเช่นกันประมาณ 870 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน