posttoday
เทมเพิลตันรับดอกเบี้ยขาขึ้นเน้นโกยกำไรค่าเงิน10-15%

เทมเพิลตันรับดอกเบี้ยขาขึ้นเน้นโกยกำไรค่าเงิน10-15%

29 มีนาคม 2554

“เทมเพิลตัน” พร้อมรับดอกเบี้ยปรับขึ้นทั่วโลก เน้นสร้างผลตอบแทนเพิ่มจากอัตราแลกเปลี่ยน

“เทมเพิลตัน” พร้อมรับดอกเบี้ยปรับขึ้นทั่วโลก เน้นสร้างผลตอบแทนเพิ่มจากอัตราแลกเปลี่ยน

คาดมีโอกาสได้ถึง 10-15% เผยรอดูตลาดตราสารหนี้ไทยหลังการเลือกตั้ง

นายไมเคิล ฮาเซ็นแทบ ผู้บริหารกลุ่มตราสารหนี้ ของ Franklin Templeton Investment บริษัทจัดการกองทุนระดับโลก ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุน Templeton Global Bond Fund ที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนจะมาจากผลตอบแทนจากตราสารหนี้และอัตราแลกเปลี่ยน

“สำหรับผลตอบแทนในอนาคต คาดว่าจะมาจากอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ประมาณ 4.5% และมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1015% อย่างไรก็ตาม กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน จึงไม่สามารถการันตีได้ เพราะมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา” นายฮาเซ็นแทบ กล่าว

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยข้อมูลจากการลงทุนของกองทุนดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2554 กองทุนมีสัดส่วนการขายล่วงหน้าสกุลเงินเยนและยูโรในสัดส่วน 16.41% และ 25.35% ตามลำดับ เพราะเชื่อว่าหากอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ค่าเงินเยนและยูโรอ่อนค่าลง และทำให้กองทุนได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ นายฮาเซ็นแทบ ยังกล่าวอีกว่า กลยุทธ์ในการเลือกประเทศที่กองทุนจะเข้าไปลงทุนนั้น จะเน้นไปที่ประเทศที่มีอัตราการกู้ยืมไม่สูงมากนักและมีฐานะทางการคลังแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และเน้นลงทุนในประเทศที่ภาครัฐมีนโยบายปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

“หากมองไปที่กองทุนตราสารหนี้อื่นๆ หากต้องการเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับกองทุนมักจะเพิ่มความเสี่ยงของตราสารหนี้เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่กองทุนนี้จะมองไปที่อัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า บวกกับการหาตราสารหนี้อายุไม่ยาวนัก แต่ได้ผลตอบแทนที่ดี เช่น พันธบัตรเกาหลีใต้และออสเตรเลีย” นายฮาเซ็นแทบ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กองทุนยังไม่มีการลงทุนตราสารหนี้ในไทย นับตั้งแต่มีมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า เพราะทำให้พอร์ตผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีสองตลาด แต่ในอนาคตมีโอกาสที่จะเข้ามาลงทุน เนื่องจากไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและได้ประโยชน์จากเงินทุนไหลเข้าจากจีนและญี่ปุ่น โดยต้องรอดูความชัดเจนของนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการควบคุมดูแลนักลงทุนต่างชาติ และสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง

ปัจจุบันมีกองทุนของไทยจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 2 แห่ง ที่ลงทุนในกองทุนดังกล่าว คือ บลจ.ทหารไทย และ บลจ.ธนชาต

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน