
กองทุนรวมไทยคว้าอันดับ3โลกโลก
มอร์นิ่งสตาร์สำรวจ20ประเทศชูค่าฟีถูกด้อยด้านขายหน่วย
มอร์นิ่งสตาร์สำรวจ20ประเทศชูค่าฟีถูกด้อยด้านขายหน่วย
มอร์นิ่งสตาร์ ยกธุรกิจกองทุนรวมไทยติดอันดับ 3 ของโลก ค่าธรรมเนียมถูกสุด แต่ยังต้องปรับปรุงการขาย
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า มอร์นิ่งสตาร์ ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยสากลที่จัดอันดับการบริหารกองทุนรวมทั่วโลกได้จัดอันดับธุรกิจจัดการกองทุนรวมของไทยโดยรวมอยู่ที่ระดับ A- ซึ่งเป็นที่ 3 รองจากสิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา จากการจัดอันดับ 20 ประเทศทั่วโลก
ขณะที่ด้านค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมได้รับการจัดอันดับสูงสุดที่ระดับ A หรือเป็นที่ 1 เท่ากับสหรัฐและออสเตรเลีย เนื่องจากกองทุนรวมตราสารหนี้ในประเทศมีค่าใช้จ่ายเพียง 0.60% ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศที่ศึกษา กองทุนรวมหุ้นมีค่าใช้จ่าย 1.75% อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศที่มีตลาดทุนขนาดใหญ่ กองทุนรวมตลาดเงินมีค่าใช้จ่าย 0.50% อยู่ในระดับกลาง
ด้านการเปิดเผยข้อมูลได้รับการจัดระดับ B+ หรือเป็นที่ 3 รองจากสวีเดนและสหรัฐ เนื่องจากกำหนดให้กองทุนรวมต้องเปิดเผยพอร์ตการลงทุน ส่งรายงานการจัดการกองทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทุก 6 เดือน มีหนังสือและงบการเงินต้องได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีอิสระข้อสนเทศแบบง่ายและสมาคมบริษัทจัดการลงทุนมีเว็บไซต์ด้านการลงทุนกองทุนรวม
สำหรับด้านกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแลและภาษีอยู่ในระดับ B หรือเป็นอันดับ 4 รองจากฮ่องกง สิงคโปร์ เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ โดยมีจุดที่กำหนดให้กองทุนรวมต้องได้รับการตรวจสอบบัญชีจากผู้ตรวจสอบบัญชีอิสระอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ต้องมีผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนที่มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงจากบลจ. อีกทั้งมีการยกเว้นภาษีกำไรส่วนเกินจากการขายหน่วยลงทุนและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้ลงทุน เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ด้านการขายและสื่อกลางในการลงทุนได้รับการจัดอันดับที่ระดับ D โดยผลการศึกษาระบุว่าไทยมีข้อบังคับน้อยมากในการควบคุมการแข่งขันการขายหน่วยลงทุน การชักชวนให้ผู้ลงทุนเข้ามาลงทุนและการให้ผลตอบแทนแก่ที่ปรึกษาด้านการขายหน่วยลงทุนใดๆ เป็นการเฉพาะ
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ผลการประเมินสะท้อนถึงความร่วมมือของทางการและภาคธุรกิจที่มีเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมการจัดการลงทุนในประเทศไทย ก.ล.ต.และสมาคมมีแผนปรับปรุงการขายและสื่อกลางการลงทุน เช่น การโฆษณากองทุน การให้ลูกค้าทำแบบสอบถาม เพื่อทำความรู้จักลูกค้าก่อนให้คำแนะนำหรือเสนอขายหน่วยลงทุน คาดปีต่อไปคะแนนจะดีขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนมากขึ้นนางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า เป็นข่าวดีที่อุตสาหกรรมจัดการลงทุนของไทยมีพัฒนาการอยู่ในระดับที่ดีมากกว่าหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะในด้านกฎระเบียบการกำกับอุตสาหกรรม ภาษี และการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการทำงานร่วมกันระหว่าง ก.ล.ต. กับอุตสาหกรรม โดยยึดหลักผลประโยชน์ของผู้ลงทุนมาก่อนอื่นใด นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายกองทุนของไทย ก็อยู่ในระดับที่แข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี
นายสถาปนะ เลี่ยวประไพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ระบุว่า สมาคมจะพิจารณารายละเอียดจากการศึกษาของมอร์นิ่งสตาร์ในเรื่องจุดอ่อนทางด้านการขายและการเปิดเผยรายละเอียดของผู้จัดการกองทุน เพื่อนำไปปรับปรุงไปสู่แนวทางที่เหมาะสมต่อไป







