
สึนามิถล่มนูสกินวูบ17%
นูสกิน ชี้ภัยพิบัติญี่ปุ่นทำยอดวูบ 17% หวังตลาดอาเซียนโตทดแทน ในไทยตั้งเป้า 5 ปี 5,000 ล้าน แซงจีน-ไต้หวัน ด้านเอวอนลุยตลาดดูแลผิว-เส้นผม
นูสกิน ชี้ภัยพิบัติญี่ปุ่นทำยอดวูบ 17% หวังตลาดอาเซียนโตทดแทน ในไทยตั้งเป้า 5 ปี 5,000 ล้าน แซงจีน-ไต้หวัน ด้านเอวอนลุยตลาดดูแลผิว-เส้นผม
นางเมลิซ่า ทันโทโกะ คีอาโน่ ประธาน บริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า จากเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ยอดขายของนูสกินในญี่ปุ่นลดลง 17-18% โดยเชื่อว่าเหตุภัยพิบัติครั้งนี้จะกระทบระยะสั้นและไม่ส่งผลต่อยอดขายโดยรวมของนูสกินในปีนี้
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถือเป็นตลาดหลักของนูสกินที่ทำยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ เกาหลี สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน จีน ฮ่องกงและประเทศไทย โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 40% ในปีที่ผ่านมา เชื่อว่าจะทำให้ภาพรวมของนูสกินในปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง
ด้านนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้นูสกิน ประเทศไทยได้วางเป้าหมายยอดขายเติบโต 30% หรืออยู่ที่ 2,600 ล้านบาทขึ้นเป็นอันดับ 6 แซงตลาดฮ่องกง และในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2558 ได้วางเป้าหมายยอดขาย 5,000 ล้านบาท มีขนาดใหญ่กว่าจีนและไต้หวันในปัจจุบัน
กลยุทธ์หลักในการก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าว คือการขึ้นเป็นผู้นำในตลาดลดริ้วรอย มูลค่า 8,000 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ต่อปี โดยมีเอจล็อคเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ซึ่งในเดือน ต.ค.ปีนี้จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตระกูลเอจล็อคอีก 1 รายการ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เอจล็อคคิดเป็นสัดส่วน 30% ของยอดขายนูสกินโดยรวม
นางวัลภา นฤนาทวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอวอน คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้เอวอนจะรุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมมากขึ้น โดยตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเติบโต 7-10% มีมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท คาดว่าในปี 2557 จะมีมูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดดูแลเส้นผมจะเพิ่มจาก 1.9 หมื่นล้านบาท ในปี 2552 เป็น 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2557







