posttoday
เงินทุนญี่ปุ่นทะลักไทยแน่

เงินทุนญี่ปุ่นทะลักไทยแน่

28 มีนาคม 2554

สมภพชี้ไทยต้องหาทางรับมือสแตนด์ชาร์ตฯคาดเยนยืน80

สมภพชี้ไทยต้องหาทางรับมือสแตนด์ชาร์ตฯคาดเยนยืน80

ทุนญี่ปุ่นบุกไทยเพิ่มขึ้นแน่ เชื่อเงินเยนแข็งค่าเริ่มสงบมายืนเหนือระดับ 80 เยน/เหรียญสหรัฐ ยังไม่เห็นสัญญาณแครีเทรด

นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ปัญหาแผ่นดินไหวของญี่ปุ่นจะเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนญี่ปุ่นปรับฐานการผลิตในระยะยาว โดยปัจจุบันก็เริ่มย้ายฐานการผลิตแล้ว และผลจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะทำให้ญี่ปุ่นมีการเคลื่อนย้ายการลงทุนมากขึ้น เพราะมีกำไรค่าเงินแข็งค่า โดยอาเซียนยังจะเป็นฐานรองรับการลงทุนของญี่ปุ่นที่สำคัญรวมถึงประเทศไทย ที่ปัจจุบันญี่ปุ่นลงทุนโดยตรงมากเป็นอันดับ 1

“ผมเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายตัวลงในอีก 2-3 เดือน นักลงทุนญี่ปุ่นจะทยอยเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นแน่ในหลากหลายรูปแบบ เพราะค่าแรงของไทยยังถูก และญี่ปุ่นมีความคุ้นเคยกับไทย จึงน่าจะหาทางรับมือกับการลงทุนและค่าเงินบาทที่จะผันผวน” นายสมภพ กล่าว

นายสมภพ กล่าวว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นลงทุนในไทยอันดับ 1 ลงทุนในจีนอันดับ 2 แต่หลังจากวิกฤตครั้งนี้จะทำให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มรถยนต์ ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ เพราะโครงสร้างพื้นฐานในญี่ปุ่นไม่เอื้ออำนวยและนักลงทุนเริ่มกลัวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2548-2553 ญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ รวม 2,006 โครงการ มูลค่าลงทุน 7.20 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องจักร แม่พิมพ์ โลหะ มูลค่ากว่า 3.8 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่าลงทุน 1.7 แสนล้านบาท โดยในเดือน ม.ค. 2554 มีโครงการลงทุนจากญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 1.3 หมื่นล้านบาท

น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐ ศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ขณะนี้เงินเยนของญี่ปุ่นเริ่มกลับมาอ่อนค่ายืนเหนือระดับ 80 เยน/เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบจากสัปดาห์ก่อนเงินเยนแข็งค่าอยู่ที่ประมาณ 78 เยน/เหรียญสหรัฐ คาดว่าการแข็งค่าของเงินเยนน่าจะสงบแล้ว ไม่น่าจะอ่อนค่าต่ำกว่า 80 เยน/เหรียญสหรัฐ เพราะกลุ่มประเทศอุตสาห กรรมทั้ง 7 ประเทศ (จี7) ร่วมมือแทรกแซงค่าเงินเยน เพื่อไม่ให้เงินเยนแข็งค่าจนเกินไป

ดังนั้น ภาวะในขณะนี้ญี่ปุ่นมีความจำเป็นต้องให้เงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่า เพราะหากแข็งค่ามากเกินไปจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น

น.ส.อุสรา กล่าวว่า เหตุที่เงินเยนแข็งค่าเพราะเป็นช่วงปิดปีงบประมาณของญี่ปุ่น ซึ่งนักลงทุนในบริษัทลูกที่ไปลงทุนในประเทศต่างๆ จะต้องส่งเงินกลับประเทศในช่วงเดือน มี.ค.ของทุกปี การแข็งค่าจึงเป็นช่วงฤดูกาล แต่จากปฏิกิริยาของตลาดที่คาดว่าอาจมีการดึงเงินเข้าประเทศเพื่อฟื้นฟูบริษัทแม่ ก็ทำให้กลุ่มประเทศ จี7 พยายามทำให้เงินเยนไม่แข็งค่าจนเกินไป และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นประเด็นการเข้าซื้อสินทรัพย์ในญี่ปุ่น

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเร็วส่วนหนึ่งเกิดจากการเก็งกำไรโดยนักค้าเงิน นักเก็งกำไรขายเงินเหรียญสหรัฐทิ้งออกไปก่อนแล้วเข้ามาซื้อเงินเยน เพราะคาดการณ์ว่าจะมีการนำกำไรกลับเข้าประเทศในช่วงปิดบัญชีของญี่ปุ่น และบริษัทประกันที่ต้องชดเชยค่าเสียหายก็ต้องจ่ายเข้ามาในรูปเงินเยนจึงมีความต้องการเงินเยนจริงๆ

อย่างไรก็ดี ถึงขณะนี้ยังไม่เห็นประเด็นเรื่องแครีเทรดเป็นหลัก เพราะขณะนี้ดอกเบี้ยสหรัฐและดอกเบี้ยของญี่ปุ่นใกล้เคียงกัน ถ้าเงิน 2 สกุลนี้มีดอกเบี้ยห่างกันมากก็อาจเกิดภาวะนำเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำไปเก็งกำไรในประเทศที่ดอกเบี้ยสูงกว่าหรือแครีเทรดได้ แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ใช่การแครีเทรด

ทั้งนี้ สัปดาห์ก่อนเงินเยนเคลื่อนไหวในระดับ 80.87-80.91 เยน/เหรียญสหรัฐ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน