
ประกันจ้างมืออาชีพดูคุณภาพรถ
คลุมถึงโจรกรรม/ค่าอะไหล่หวังลดต้นทุนจ่ายค่าสินไหม
คลุมถึงโจรกรรม/ค่าอะไหล่หวังลดต้นทุนจ่ายค่าสินไหม
สมาคมประกันวินาศภัยหาช่องลดค่าสินไหม ทุ่มทุนจ้างมืออาชีพจากอังกฤษศึกษาคุณภาพ ค่าซ่อม รถยนต์ในไทยใหม่
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ทางสมาคมได้ว่าจ้างให้บริษัท ทัทชาม (ประเทศไทย) จากประเทศอังกฤษ มาทำการศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลทางเทคนิคของรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการรับประกันภัย เพื่อใช้เป็นตัวกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดอันดับความเสี่ยงและการรับประกันภัยรถยนต์ที่มีขายในไทย โดยผลการศึกษาจะครอบคลุมถึงการจัดกลุ่มรถยนต์และการรับรองคุณภาพอะไหล่
ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะช่วยให้บริษัทประกันสามารถควบคุมต้นทุนค่าสินไหมรถยนต์ ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลทางเทคนิคด้านความปลอดภัยจากการโจรกรรมและด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายจากการซ่อมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประกันสามารถกำหนดค่าเบี้ยได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
นายจิรพันธ์ กล่าวว่า บริษัทจะเริ่มศึกษารถรุ่นใหม่ที่จะนำเข้ามาขายในไทยตลอดระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี รวมถึงรถยนต์ที่มีการรับประกันภัย หรือขายอยู่แล้วในตลาดสูงสุดจำนวน 20 รุ่น จาก 800 รุ่น และคาดว่าอีก 6 เดือนหลังจากนี้ จะนำผลศึกษาที่ได้เผยแพร่สู่สาธารณะและธุรกิจประกันภัย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ที่ถูกต้องในด้านความปลอดภัยของรถยนต์ ความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม รวมถึงต้นทุนค่าซ่อมแซมเพื่อประโยชน์ต่อการตัดสินใช้เลือกซื้อรถยนต์ ขณะเดียวกันผู้ผลิตรถยนต์ก็จะได้ตระหนักถึงความสำคัญต่อปัญหาด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายจากการซ่อมแซม และมีการนำไปปรับปรุงคุณภาพเพื่อแข่งขันกับตลาด ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น และเป็นค่าใช้จ่ายซ่อมแซมที่เป็นธรรมมากขึ้น
นายเดนนิส มีนส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทัทชาม (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากผลการศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลด้านสมรรถนะและความปลอดภัยของรถยนต์ในประเทศอังกฤษและยุโรปช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าข้อมูลที่ได้ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์นำไปปรับปรุงรถยนต์ของตัวเองส่งผลให้มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนการซ่อมแซมรถยนต์ลดลง 5-10% และที่ได้รับผลดีมากที่สุด คือ การโจรกรรมลดลงไปได้มากถึง 40% ทั้งนี้ บริษัทแม่ที่อังกฤษถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีจุดประสงค์หลักเพื่อดูแลด้านความปลอดภัยรถยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานให้กับบริษัทประกัน โดยมีสาขาอยู่ที่ประเทศรัสเซีย สวีเดน และสหรัฐ ส่วนการมาตั้งสาขาในไทยนั้นก็จะทำให้บริษัทสามารถขยายงานด้านนี้ไปยังกลุ่มประเทศเอเชียได้







