
กองทุนน้ำมัน ที่ไม่ได้มีไว้อุ้มราคาน้ำมันแต่มีไว้ลงทุน
ไม่ว่าสถานะของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” จะมีเงินสดเหลือ 7,000 ล้านบาท หรือ 2 หมื่นล้านบาท ไม่ว่ารัฐบาลจะดันทุรังตรึงราคาน้ำมัน หรือจะยอมปล่อยไปตามยถากรรม... เราก็ไม่สน
ไม่ว่าสถานะของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” จะมีเงินสดเหลือ 7,000 ล้านบาท หรือ 2 หมื่นล้านบาท ไม่ว่ารัฐบาลจะดันทุรังตรึงราคาน้ำมัน หรือจะยอมปล่อยไปตามยถากรรม... เราก็ไม่สน
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์
ไม่ว่าสถานะของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” จะมีเงินสดเหลือ 7,000 ล้านบาท หรือ 2 หมื่นล้านบาท ไม่ว่ารัฐบาลจะดันทุรังตรึงราคาน้ำมัน หรือจะยอมปล่อยไปตามยถากรรม... เราก็ไม่สน
แต่เราสนแค่ว่า ถ้าราคาน้ำมันขึ้นเมื่อไร “กองทุนน้ำมัน” ได้กำไรชัวร์ และในทางกลับกันถ้าราคาน้ำมันปรับลดลงเมื่อไร ได้เวลาทยอยซื้อแน่นอน
เพราะ “กองทุนน้ำมัน” ที่ว่านี้ ไม่ใช่ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่มีไว้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่เป็นกองทุนน้ำมันที่มีไว้สำหรับการลงทุนน้ำมันดิบในต่างประเทศ
lมุ่งหน้าสู่ DBO
ถ้านับกองทุนน้ำมันในประเทศไทยที่มีนโยบายลงทุนในน้ำมัน (ไม่ใช้หุ้นของบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน) รวมกันแล้วมีอยู่ 8 กองทุน และทุกกองทุนเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุน Power Shares DB Oil Fund (DBO) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ
โดยที่กองทุน DBO มีนโยบายการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในน้ำมันดิบ West Texas IntermediateLight Sweet Crude Oil (WTI) เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Deutsche Bank Liquid Commodity IndexOptimum Yield Crude Oil Excess Return (DBLCIOYCLER)
เพราะฉะนั้น ถ้าไปดูตัวอย่างของกราฟการเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนน้ำมันบางกองทุน จะเห็นว่าแทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย นั่นเพราะลงทุนในกองทุนหลักกองทุนเดียวกัน แต่ความแตกต่างที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ NAV ของกองทุนน้ำมันทั้ง 8 กองทุนแตกต่างกัน คือ การกำหนดวันในการคำนวณ NAV ซึ่ง สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ชี้ให้เห็นว่า
“ในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนมาก กองทุนน้ำมันในประเทศที่มีการใช้ NAV ของกองทุน DBO ในคืนที่มีการส่งคำสั่งซื้อขายกองทุน จะสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกับกองทุน DBO มากกว่ากองที่มีการใช้ NAV กองทุน DBO ในคืนก่อนหน้ามาคำนวณ NAV ของกองทุน”
พร้อมกับฟันธงตรงไปตรงมาว่า “สำหรับ นักลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุนน้ำมัน ควรจะลงทุนในกองทุนที่ใช้ NAV ในคืนวันซื้อขายในการอ้างอิง เช่น กองทุนเค ออยล์ (KOIL) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย และกองทุนแอสเซท พลัส ออยล์ (ASPOIL) บลจ.แอสเซท พลัส”
lน้ำมันเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน
หากดูกราฟราคาน้ำมันกับการเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนเปรียบเทียบกันก็น่าจะสังเกตเห็นความแตกต่าง โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือน มี.ค. ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็น NYMEX หรือ Brent ต่างปรับเพิ่มขึ้น แต่ NAV ของกองทุนไม่ได้เพิ่มขึ้นในรูปแบบเดียวกัน
สานุพงศ์ ไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ไว้ในบทวิเคราะห์ประจำเดือน มี.ค. ว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบที่ได้ยินจากรายงานข่าว กับ “ราคาของสิ่งที่กองทุนน้ำมันกำลังลงทุนอยู่” นั้น เป็นเพราะกองทุน DBO ไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบมาเก็บไว้จริงๆ แต่จะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI
โดยที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI Light Sweet Crude Oil มีสินทรัพย์อ้างอิงคือน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate) ซึ่งเป็นน้ำมันดิบที่มีแหล่งผลิตในแถบ Midwest และ Gulf Coast ของสหรัฐอเมริกา
และเป็นเพราะ WTI เป็นน้ำมันดิบคุณภาพดี และมีสภาพคล่องสูง จึงถูกใช้เป็นตัวอ้างอิงสำหรับการออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาน้ำมันดิบในตลาดสหรัฐ หรือ New York Mercantile Exchange (NYMEX)
“ดังนั้น เวลาที่นักลงทุนได้ยินการรายงานถึงราคาน้ำมันดิบ NYMEX ก็จะหมายถึงราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ที่ตลาด NYMEX ซึ่งสามารถแบ่งย่อยได้อีกตามวันส่งมอบ หรือวันหมดอายุที่กำหนดในสัญญา
ในปัจจุบันสัญญาที่กองทุน DBO ถืออยู่ คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค. 2554 ขณะที่ราคาน้ำมันที่เรามักได้ยินตามรายงานข่าวต่างๆ จะเป็นราคาของสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเดือนที่ใกล้ที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าราคาของสัญญาเดือนใกล้ จะเปลี่ยนแปลงผันผวนมากกว่าเดือนไกล
ดังนั้น การรายงานราคาน้ำมัน NYMEX ที่นักลงทุนมักได้ยินบ่อยๆ จึงไม่ใช่ราคาของสัญญาที่กองทุนถืออยู่ จึงไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงใน NAV หรือผลตอบแทนของกองทุนได้ทั้ง 100%” สานุพงศ์ ระบุ
นอกจากนี้ เพราะ WTI มีแหล่งผลิตในสหรัฐอเมริกา ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือช่วงที่ผ่านมาส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบ NYMEX ไม่มากเท่าราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานราคาน้ำมันในยุโรปและแอฟริกา และอยู่ในตะกร้าราคาน้ำมันของ OPEC (OPEC Basket Price)
“ความแตกต่างของวันหมดอายุสัญญาและสินค้าอ้างอิงเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 128 ก.พ. 2554 ราคาสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent และ NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2554 เพิ่มขึ้นถึง 11.1% และ 6.8% ตามลำดับ แต่ NAV ของกองทุน DBO เพิ่มขึ้นเพียง 3.3% เท่านั้น” สานุพงศ์ ยกตัวอย่าง
lคิดจะเก็งกำไร
ในระหว่างที่ใครๆ กำลังปวดหัวกับราคาน้ำมันที่เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง แต่ถ้าเป็นนักลงทุนที่ชื่นชอบการเก็งกำไร และมองหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่แปลกแตกต่างจากการลงทุนแบบเดิม น่าจะหลงใหลการลงทุนในกองทุนน้ำมัน
นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันยังเป็นการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่ขึ้นๆ ลงๆ ได้อีกด้วย
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดความรุนแรงในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (โดยเฉพาะในลิเบีย) ที่ทำให้ราคาน้ำมันวิ่งขึ้นแรง จนหลายคนประเมินว่าหากสถานการณ์ไม่คลี่คลายโดยเร็วอาจจะทำให้ราคาน้ำมันดิบในต่างประเทศพุ่งขึ้นไปเกิน 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะลิเบียเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม OPEC
แต่ในรายงานของ บล.ฟิลลิป ชี้ให้เห็นว่าจริงๆ แล้วลิเบียมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันเพียง 5.3% เมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตทั้งหมดของกลุ่ม ซึ่งไม่มากนักเมื่อเทียบกับสมาชิกอื่น ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองก็ไม่ได้มีมากนัก ฉะนั้นหากเกิดปัญหาการผลิตในลิเบียก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะสมาชิกในกลุ่ม OPEC สามารถเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นมาชดเชยได้
“ดังนั้น นักลงทุนที่ต้องการเข้าเก็งกำไรในกองทุนน้ำมันด้วยประเด็นดังกล่าว ควรต้องติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด เพราะหากสถานการณ์ความไม่สงบ หรือประเทศสมาชิกอื่นตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิต ปัจจัยหนุนราคาระยะสั้นก็จะหมดไป” สานุพงศ์ กล่าวไว้ก่อนที่กลุ่ม OPEC จะประกาศเพิ่มกำลังการผลิตตามคาด
โดยที่รัฐมนตรีน้ำมันของคูเวต ออกมาบอกว่า OPEC กำลังพิจารณาเพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อชดเชยกับการหยุดผลิตในลิเบีย นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาอาจปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาด เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาน้ำมันในตลาดโลก
ทั้งหมดนี้เป็นผลให้ราคาน้ำมันที่เคยมุ่งหน้าหาเพดาน เริ่มปักหัวลงติดต่อกันหลายวัน ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้น่าจะทำให้ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ได้หายใจคล่องมากขึ้น แต่คนที่เก็งกำไร “กองทุนน้ำมัน” อาจจะต้องลุ้นกันหนักหน่อยว่า แล้วราคาน้ำมันล่วงหน้าที่กองทุนลงทุนอยู่จะออกมาเป็นแบบไหน







