posttoday
เผยเด็กกินยาแก้ไอเกินขนาด หวังหน้าขาว

เผยเด็กกินยาแก้ไอเกินขนาด หวังหน้าขาว

03 กุมภาพันธ์ 2553

หมอมาลินี เผยเด็กกินยาแก้ไอเกินขนาด เพราะหลงเชื่อสรรพคุณหน้าขาว

หมอมาลินี เผยเด็กกินยาแก้ไอเกินขนาด เพราะหลงเชื่อสรรพคุณหน้าขาว

พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ กิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ ที่กินยาแก้ไอเกินขนาดและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะนี้เด็กส่วนหนึ่งแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ยังเหลืออยู่อีก 17 คนที่มีอาการหนักและต้องรอดูอาการ

พญ.มาลินี กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เด็กบางรายรับประทานยาดังกล่าวมาตั้งแต่ 3 วันที่แล้ว จนกระทั่งครูสังเกตเห็นอาการเหม่อลอยและมึนงง จึงเรียกเด็กเข้ามาสอบถามและได้ความว่า เด็กได้ยามาจากรุ่นพี่ที่ซื้อมาจากร้านเกมแห่งหนึ่ง โดยอวดอ้างสรรพคุณว่าจะช่วยให้แข็งแรง ถูกทุบตีหรือทำร้ายร่างกายจะไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้สมองดี ฉลาด และมีสรรพคุณในด้านความงามคือทำให้หน้าขาว เด็กจึงแอบซื้อขายกันในโรงเรียน ในตอนแรกนั้นนักเรียนจะรับประทานเข้าไปในปริมานน้อย แต่เมื่อลองให้เพื่อทุบตีก็พบว่ามีความรู้สึกเจ็บจึงรับประทานเพิ่มเข้าไปจำนวนกว่า 10 เม็ด จนเกิดอาการมึนและเวียนศีรษะ

ทั้งนี้ ตัวยาดังกล่าวมีสรรพคุณเพื่อลดอาการไอ รับประทานครั้งละ 1 เม็ดเท่านั้น หากรับประทานมากกว่านั้นจะทำให้มีอาการชีพจรเต้นเบา ความดันลดลงอาจถึงขั้นช็อค ซึ่งเป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ง่าย เพราะไม่ใช่ยาควบคุมพิเศษ

พญ.มาลินี กล่าวว่า ได้มีคำสั่งไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่าพระให้รายงานความคืบหน้าและข้อเท็จจริงแก่สำนักการศึกษา รวมทั้งให้แจ้งข้อมูลไปยัง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

เด็กชี้กินยาแก้ไอ เพราะเพื่อนบอกต่อว่าช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บเวลาถูกทำร้าย

ด.ญ.พรชิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดท่าพระ กล่าวว่า ได้กินยาแก้ไอเข้าไปเพราะเพื่อนๆ พูดต่อกันมาว่าหากกินยานี้แล้วเมื่อถูกตีหรือถูกต่อยจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่ภายหลังกินยาเข้าไปแล้วกลับเกิดอาการมึนศีรษะ จากนั้นจึงถูกหามส่งโรงพยาบาล

ขณะที่เด็กนักเรียนอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ได้ลองกินยาเข้าไป 3 เม็ด และให้เพื่อนทดลองเตะต่อย ปรากฏว่ารู้สึกเจ็บมาก จึงกินเพิ่มเข้าไปอีก 4 เม็ด กระทั่งมีอาการหายใจถี่จนช็อกและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในที่สุด

นายชัยธวัช อยู่สำราญ ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ เปิดเผยว่า กลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5 โรงเรียนวัดท่าพระ 52 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ เบลอ และมึนงง ซึ่งจากการสอบถามนักเรียนที่มีอาการดังกล่าว พบว่า ได้กินยาแก้ไอลักษณะเม็ดกลม สีเหลือง ขนาดเล็ก ที่รุ่นพี่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นำมาขายให้ในราคาเม็ดละ 1 บาท โดยนำมาจากร้านเกมที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียน ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้นำนักเรียนที่มีอาการป่วยนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง และจะดำเนินการสอบสวนรายละเอียดต่อไป

ด้านนางกิตติยา ศรีเลิศฟ้า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากสิน กล่าวว่า มีนักเรียนจำนวน 10 คน จากทั้งหมด 52 คน ที่มีอาการรุนแรง ต้องล้างท้องอย่างเร่งด่วน ขณะนี้อยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า ยาที่เด็กรับประทานเข้าไปเป็นยา Dextromethophan มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอสำหรับรักษาผู้ป่วยไข้หวัด และไม่พบว่าเป็นสารเสพติดให้โทษแต่อย่างใด

“จากการสอบถามนักเรียนทราบว่าได้กินยาไปหลายเม็ด คือ 10-23 เม็ดในครั้งเดียว ซึ่งเข้าใจว่าเด็กอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่รู้หลักวิธีกินยาที่ถูกต้อง คือต้องรับประทานหลังอาหารครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 เวลา หรือกินตามแพทย์สั่งเท่านั้น จึงอยากฝากไปยังผู้ปกครองหรือครูประจำชั้นให้ความรู้เกี่ยวกับการกินยาอย่างถูกวิธีด้วย” นางกิตติยา กล่าว

นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่ออกตรวจพื้นที่และหาข้อมูลว่าเด็กซื้อมาจากที่ใด โดยในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่หน้าที่เทศกิจพิทักษ์นักเรียนเพื่อตรวจตราร้านเกมและร้านอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน