posttoday
สศค.เตือนภัยขาดดุลเกินขีด

สศค.เตือนภัยขาดดุลเกินขีด

25 มีนาคม 2554

สศค.ตั้งระบบเตือนภัยระบบการคลัง พบดัชนีขาดดุลเงินสดร้อนฉ่า แต่ภาพรวมยังแกร่งอีก 24 เดือน

สศค.ตั้งระบบเตือนภัยระบบการคลัง พบดัชนีขาดดุลเงินสดร้อนฉ่า แต่ภาพรวมยังแกร่งอีก 24 เดือน

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. ได้จัดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยทางด้านการคลัง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงด้านการคลังผ่าน 14 ตัวชี้วัด พบว่ามีสัญญาณผิดปกติ 1 ตัว คือ ดุลเงินสดตามระบบบัญชีการคลัง(ไม่รวมรายจ่ายชำระต้นเงินกู้) ซึ่งขาดดุลเกินระดับที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม การขาดดุลดังกล่าวยังสอดคล้องกับความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จึงไม่น่าวิตก และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ตัวชี้วัดส่งสัญญาณผิดปกติพร้อมกัน 5-9 ตัว และส่งสัญญาณผิดปกติติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า 10 เดือน

“ขณะที่ดัชนีสัญญาณเตือนภัยในเดือน ก.พ. 2554 มีค่าอยู่ที่ 6.74 ซึ่งถือว่าสถานะด้านการคลังอยู่ในระดับแข็งแกร่งมาก” นายนริศ กล่าว

สำหรับตัวชี้วัด 14 ตัวประกอบด้วยตัวชี้วัดสถานะด้านการคลัง 6 ตัว ได้แก่ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลรวม การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ดุลเงินสด ระดับเงินคงคลัง สัดส่วนเงินคงคลังต่อตั๋วเงินคลังคงค้าง และการให้สินเชื่อสุทธิของภาคธนาคารแก่ภาคสาธารณะที่มิใช่สถาบันการเงิน

ตัวชี้วัดสถานะด้านเศรษฐกิจมหภาคและการเงิน 8 ตัว ได้แก่ มูลค่าการส่งออก อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง อัตราส่วนหนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ดุลการชำระเงิน ดุลบัญชีเดินสะพัด และอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของระบบสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ สศค. ได้นำตัวชี้วัดข้างต้นมาจัดทำเป็นดัชนีรวมเตือนภัยทางด้านการ คลัง ไปศึกษากับ วิกฤตในอดีต 3 เหตุการณ์ ผลออกมาค่อนข้างแม่นยำได้แก่ 1) วิกฤติการณ์ราคาน้ำมัน ครั้งที่ 1 (ช่วงปี 2519-2523) 2) วิกฤติการณ์ราคาน้ำมัน ครั้งที่ 2 (ช่วงปี 2528-2530) และ 3) วิกฤตค่าเงิน วิกฤตสถาบันการเงิน และการรับภาระหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) (ช่วงปี 2540-2545) ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฎว่าทั้ง 3 เหตุการณ์นำไปสู่การเกิดวิกฤตการคลังที่มีการขาดดุลงบประมาณ และการก่อหนี้ของรัฐบาลในระดับที่สูง เพื่อการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ขณะที่ผลของ

ทั้งนี้สถานะปัจจุบัน มีตัวชี้วัดส่งสัญญาณผิดปกติ 1 ตัว คือ ดุลเงินสดตามระบบบัญชีการคลัง (ไม่รวมรายจ่ายชำระต้นเงินกู้) ซึ่งขาดดุลเกินระดับที่กำหนด แต่การขาดดุลดังกล่าวสอดคล้องกับความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการส่งสัญญาณเพียงตัวชี้วัดเดียว จึงไม่เป็นที่น่าวิตกแต่อย่างใด เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ตัวชี้วัดส่งสัญญาณผิดปกติพร้อมกัน 59 ตัว และส่งสัญญาณผิดปกติติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า 10 เดือน

สำหรับระดับเตือนภัยนั้น สศค. กำหนดไว้เป็น 5 ระดับ คือ ดัชนีในช่วง 020 หน่วย ชี้ว่าด้านการคลังมีความแข็งแกร่งมาก ช่วง 21-40 หน่วย เป็นระดับการคลังแข็งแกร่ง ช่วง 41-60 หน่วย เป็นระดับต้องเฝ้าระวังด้านการคลัง ช่วง 61-80 หน่วย เป็นระดับที่รัฐบาลต้องเตรียมหามาตรการมารองรับ และช่วง81-100 หน่วยเป็นระดับที่ชี้ให้เห็นว่าการคลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติ

นอกจากนี้ ในช่วง 24 เดือนข้างหน้า (มี.ค. 2554–ก.พ. 2556) ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ ความน่าจะเป็นในการเกิดวิกฤตการคลังมีค่าเท่ากับ 0.05 ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งความน่าจะเป็นในการเกิดวิกฤตการคลังในระยะ 24 เดือนถัดมามีค่าอยู่ระหว่าง 0.70-0.96 เท่านั้น

นายนริศ กล่าวว่า สศค. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสัญญาณเตือนภัยทางด้านการคลัง เพื่อให้สามารถพยากรณ์วิกฤตการคลังที่ซับซ้อน และมีสาเหตุของการเกิดวิกฤตแตกต่างจากเหตุการณ์ในอดีตได้ ซึ่งจะส่งผลให้การเตือนภัยทางด้านการคลังมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน