
ยอดใช้ไฟฟ้า ม.ค. พุ่ง 21% สะท้อนเศรษฐกิจฟื้น
ยอดใช้ไฟฟ้าเดือน ม.ค. พุ่ง 21% ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ กฟผ. เตรียมแผนจัดหาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ารัดกุมรองรับช่วงหน้าร้อนป้องกันไฟฟ้าดับ
ยอดใช้ไฟฟ้าเดือน ม.ค. พุ่ง 21% ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ กฟผ. เตรียมแผนจัดหาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ารัดกุมรองรับช่วงหน้าร้อนป้องกันไฟฟ้าดับ
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าปี 2553 ว่า ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าในเดือนม.ค. 2553 มีจำนวนเท่ากับ 12,281 ล้านหน่วย ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้น 2,132 ล้านหน่วยหรือขยายตัว 21% ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2.1หมื่นเมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 2,300 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้ไฟฟ้าขยายตัวมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องทำให้การใช้ไฟฟ้ามีการขยายตัวตามไปด้วย
ทั้งนี้ ในช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีการใช้ไฟฟ้สูงสุด กฟผ.จำเป็นต้องติดตามดูแลการผลิตไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการจัดหาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ หากอัตราการใช้ไฟฟ้ายังขยายตัวต่อเนื่องในระดับนี้
นอกจากนี้ กฟผ.ได้ปรับประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปีนี้ใหม่ให้สอดคล้องกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่คาดว่าตัเลขการใช้ไฟฟ้าตลอดปี 2553 จะขยายตัว3.5% เป็น 5.2 % โดยตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) จะอยู่ที่ 23,000 เมกะวัตต์ ส่วนปริมาณไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจาก 4% เป็น 4.72 % หรือคิดเป็นจำนวน1.51 แสนล้านหน่วย
“ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าเริ่มเป็นบวกมาตั้งแต่ปลายปี 2552 หลังจากช่วงต้นปีติดลบ และเริ่มเห็นชัดเจนในเดือนม.ค. 53 นี้การใช้ไฟเป็นบวกถึง 21% ซึ่งถ้านับปริมณการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่2.1 หมื่นเมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากม.ค. 52 ถึง 2,300 เมกะวัตต์ ถือเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นมากทำให้ต้องปรับตัวเลขประมาณการใช้ไฟฟ้าใหม่ สาเหตุหลักมาจากการเศรษฐกิจขยายตัว โรงงานต่างๆมีออเดอร์สินค้ามากขึ้นสังเกตได้ว่ากำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเกือบเต็ม 100% ถือเป็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ดีของประเทศ" นายสุทัศน์กล่าว







