posttoday
สินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมจุดแข็งและจุดอ่อน

สินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมจุดแข็งและจุดอ่อน

24 มีนาคม 2554

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักมากขึ้น

อันเนื่องมาจากหลายปัจจัย เช่น ความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม ความสนใจในการดูแลสุขภาพ การบริโภคตามแฟชั่นหรือตามกระแส รวมทั้งวิกฤตโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างรวดเร็วและรุนแรง ดังเช่นสภาวะอากาศโลกที่แปรปรวน รวมทั้งภัยธรรมชาติต่างๆ สิ่งเหล่านี้กำลังกระตุ้นให้เกิดกระแสความต้องการสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมขยายตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรสร้างโอกาสจากวิกฤตที่เกิดขึ้นในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบสนองผู้บริโภคในยุคโลกร้อน

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่าสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้นคืออะไร? ซึ่งเราสามารถพิจารณาความหมายออกเป็น 2 ประการ คือ ประการแรก “กลุ่มสินค้าและบริการที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตเพื่อการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม (Traditional Environmental Goods)” ได้แก่ เครื่องบำบัดน้ำเสียของโรงงาน เครื่องจักรที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าสินค้าและบริการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม “โดยตรง”

ประการที่สอง หมายถึง “สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” (Environmental Preferable Product หรือ EPP)” กล่าวคือ สินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม หรือส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งพิจารณาสินค้าออกเป็น 3 มุมมอง คือ

มุมมองด้านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Production) ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ น้ำมันหล่อลื่นที่กระบวนการผลิตไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีการรับคืนน้ำมันหล่อลื่นมากำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสม บริการซักล้างด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

มุมมองด้านการบริโภคและการใช้ประโยชน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Consumption) ได้แก่ รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ บ้านประหยัดพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ใช้สาร CFC ในการผลิต หลอดไฟประหยัดพลังงานที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000 ชั่วโมง และมีปริมาณสารปรอทลดลง เครื่องปรับอากาศที่ไม่ใช้สารปรอทและสาร CFC เครื่องเขียนที่ไม่มีโลหะหนักเป็นส่วนผสม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดถ้วยชามที่สามารถย่อยสลายได้ดีในสภาพธรรมชาติ เป็นต้น

มุมมองด้านแปรรูปและการนำกลับมาใช้ใหม่ (Disposal) ได้แก่ กระดาษที่ผลิตโดยใช้สีที่ไม่มีโลหะหนักจำพวกตะกั่ว ปรอท แคดเมียม โครเมียม ตลับหมึกโดยไม่ใช้พลาสติกประเภท PVC และพลาสติกที่มีคลอรีนผสมอยู่ ฉนวนกันความร้อนซึ่งใช้เศษแก้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ทำจากพลาสติกที่ใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ยางพาราที่ตัดโค่นจากป่าปลูกและไม่มีสารเคมีที่เป็นพิษปะปนอยู่ บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังมีสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมอีกหลายประเภทที่น่าสนใจ และเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะสร้างช่องทางธุรกิจ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ขยายตัวมากขึ้น โดยหากวิเคราะห์ศักยภาพของการส่งออกสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ SWOT ใน 2 ส่วน 4 มุมมอง ได้แก่ ส่วนการวิเคราะห์ศักยภาพภายในประเทศ (Internal Variable) ประกอบด้วยมุมมอง จุดแข็ง และ จุดอ่อน และส่วนการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (External Variable) ประกอบด้วยมุมมองทางด้านโอกาส และอุปสรรค จะสามารถทำให้เห็นทางโอกาสในการทำธุรกิจได้อย่างรอบด้าน และรอบคอบ

การวิเคราะห์ในส่วนปัจจัยภายในของประเทศไทย ในมุมมองของจุดแข็งของประเทศไทยนั้นอาจกล่าวได้ว่า “กลุ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์” ยังเป็นกลุ่มสินค้าหลักๆ ที่น่าจับตามองว่าจะกลายเป็นสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพในการทำการตลาดในระยะยาว เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิต ทำให้เกิดปริมาณความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ทำให้สามารถผลิตผลผลิตได้หลากหลาย และมีทรัพยากรดินและแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ ก็สามารถทำการเกษตรปลอดสารพิษได้ เป็นต้น

สำหรับจุดอ่อนของประเทศไทยในด้านการสร้างโอกาสในธุรกิจสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม คือ 1) ผู้ประกอบการไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานในการควบคุมผลผลิตของประเทศคู่ค้า ทำให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าให้ตอบสนองตามความต้องการของลูกค้าได้ 2) ขาดระบบมาตรฐานที่เป็นสากล และการยอมรับมาตรฐานของไทยในตลาดต่างประเทศมีน้อย 3) ต้นทุนสูงขึ้นในขั้นตอนการขอรับอนุญาต และค่าตรวจสอบมาตรฐาน เป็นต้น

สำหรับประเด็นด้าน “โอกาส” ที่จะเป็นปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง “อุปสรรค” ที่อาจเข้ามาขัดขวางธุรกิจสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม สามารถติดตามอ่านในสัปดาห์หน้าในชื่อเรื่อง “สินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม : โอกาสและอุปสรรค”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค