posttoday
ธปท.ยังไม่คลายล็อก คุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

ธปท.ยังไม่คลายล็อก คุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

24 มีนาคม 2554

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2554 ต้องเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจรุมเร้า

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2554 ต้องเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจรุมเร้า

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2554 ต้องเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจรุมเร้า ทั้งดอกเบี้ยปรับขึ้น น้ำมันแพง รวมถึงความผันผวนทางการเมืองทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แม้จะไม่มีมาตรการใหม่มาควบคุมสินเชื่อ แต่ก็ยังไม่วางใจสถานการณ์ โดยยังคงมาตรการเดิมเอาไว้ต่อไป

เกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาประจำปีของสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในหัวข้อ “ทางรอดสินเชื่อบ้านและธุรกิจที่อยู่อาศัย” ว่า ขณะนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่ หรือโอเวอร์ซับไพรม์ แต่ ธปท.จะไม่ยกเลิกมาตรการคุมวงเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ที่ออกไปก่อนหน้านี้ เพราะถือเป็นมาตรการที่ช่วยให้การปล่อยสินเชื่อมีมาตรฐาน

โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ธปท.ได้ออกมาตรการคุมวงเงินให้สินเชื่อ โดยกำหนดเกณฑ์ปล่อยกู้ที่อยู่อาศัยแนวสูง เช่น คอนโดมิเนียมได้ไม่เกิน 90% และที่อยู่อาศัยแนวราบประเภทบ้านเดี่ยวได้ไม่เกิน 95% ซึ่งออกไปเพื่อให้การปล่อยกู้ที่มีมาตรการที่ดี สินเชื่อมีคุณภาพ

 

ธปท.ยังไม่คลายล็อก คุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

“เท่าที่ดูตอนนี้ ธปท.ไม่น่าจะมีการกำกับความร้อนแรงของภาคธุรกิจใดเป็นพิเศษ รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าผู้ว่าการ ธปท.จะให้นโยบายในการกำกับควบคุมสถาบันการเงินร่วมกับการใช้นโยบายดอกเบี้ยด้วยก็ตาม จึงไม่คิดว่าจะมีความจำเป็นต้องออกมาตรการอะไรใหม่มาควบคุมเพิ่มเติม” เกริก ระบุ

รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า หลังออกมาตรการ LTV ธุรกิจอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง สินเชื่อใหม่ที่ปล่อยกู้แก่คอนโดมิเนียมหดตัวบ้าง แต่ไม่มาก

ข้อมูลล่าสุดในเดือน ม.ค.ปีนี้ พบว่าหลังออกมาตรการทำให้สินเชื่อที่เคยขยายตัว 30% ลดลงเหลือ 22% แต่สินเชื่อในภาคธุรกิจนี้ยังสามารถขยายตัวได้ เพียงแต่อาจจะไม่หวือหวาเหมือนเดิม ส่วนเคมเปญบ้านที่ยังมีการใช้ดอกเบี้ย 0% หรือดอกเบี้ยคงที่ในระยะ 2-3 ปีนั้น ธปท.ก็ไม่มีนโยบายจะควบคุมแต่อย่างใด เพราะถือว่าประชาชนผู้บริโภคได้ประโยชน์ และไม่ได้สร้างปัญหาอะไรแก่ระบบ

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้สินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้กับโครงการมีน้อยลง ส่วนสินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยรายย่อยยังขยายตัวได้ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมก็โตได้ แม้จะชะลอลงบ้างหลังมีมาตรการจาก ธปท.มาควบคุม คาดว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้น่าจะโตได้มากกว่าปี 2553 โดยภาพรวมน่าจะโตประมาณ 4-5%

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน เป็นอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการบ้าง เพราะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งน่าจะมีผลต่อราคาบ้านให้สูงขึ้นด้วย

อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังสามารถเติบโตได้ เพราะจากผลการสำรวจพฤติกรรมคนซื้อพบว่าความต้องการอยู่อาศัยจริงยังไม่ลดลง ยอดโอนที่อยู่อาศัยเก่าและใหม่ยังอยู่ที่ 1.7 แสนยูนิต ในเดือน ม.ค.ปีนี้อยู่ที่ 9,065 ยูนิต ซึ่งมองว่ายังมีช่องทางโตได้ เพราะทางภาครัฐมีการขยายการลงทุน ข้าราชการได้รับเงินเดือนสวัสดิการเพิ่มในช่วงเดือน เม.ย.ปีนี้ ก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจปรับดีขึ้นได้ด้วย

“ส่วนดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นมองว่าเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวเป็นธรรมดาที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้น ซึ่งมองว่าดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แต่ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นกระทบทางอ้อมกับผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์บ้าง เพราะค่าขนส่งวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างซึ่งมีน้ำหนักมากเพิ่มสูงขึ้น” อิสระ กล่าว

อย่างไรก็ตาม อยากให้ทางภาครัฐและ ธปท.มีการเตรียมหลักเกณฑ์ในการให้สินเชื่อไว้รองรับผู้ซื้อต่างชาติด้วย เพราะต่อไปในปี 2558 ภูมิภาคเอเชียจะเปิดเสรี ฉะนั้นก็ควรมีเกณฑ์ให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ให้ต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัยได้ด้วย เพราะปัจจุบันนี้ทำไม่ได้

ธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ในภาวะต้นทุนสูงขึ้น จากดอกเบี้ยที่ดินแพงขึ้น ทำเลดีๆ หายากขึ้น จะทำให้ผู้ประกอบการในโครงการคอนโดมิเนียมรายกลางและรายเล็กล้มหายตายจากไปมาก เหลือแต่รายใหญ่ในตลาดประมาณ 10 กว่าราย ซึ่งผลก็คือผู้บริโภคอาจจะถูกกำหนดราคาซื้อจากผู้ประกอบการเพียงกลุ่มเดียวนี้ก็ได้ ซึ่งทางรอดคือ ผู้ประกอบการต้องใช้แนวทางหาพันธมิตรมาร่วมลงทุนแทนการลงทุนรายเดียว

พิมลพร พูลนาผล ตัวแทนจากธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การขยายตัวของสินเชื่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้ โดยสัดส่วนสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์มีประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 10% จากสินเชื่อรวมทั้งระบบที่ประมาณ 7 ล้านล้านบาท ถือว่าสัดส่วนสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์มีถึง 26% หรือ 1 ใน 4 ของสินเชื่อทั้งระบบ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป 58% และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอีก 42%

โดยคาดว่าในปี 2554 นี้ สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์จะโตได้ประมาณ 4.7-7% แม้แนวโน้มดอกเบี้ยจะสูงขึ้น ก็ยังไม่เป็นอุปสรรค

กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า จากภาวะต้นทุนแพงขึ้น ไม่ว่าจากดอกเบี้ยที่แนวโน้มปรับสูงขึ้น ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และอื่นๆ มีผลให้ผู้ประกอบการในภาคนี้มีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งในภาวะนี้ต้องปรับตัวให้เร็ว พร้อมรับสถานการณ์ ทั้งในและต่างประเทศ

ด้านวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า สินเชื่อของธนาคารยังขยายตัวได้ 9.9 หมื่นล้านบาท จากสินเชื่อรวม 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งถืงแม้ว่าจะมีการแข่งขันสูงขึ้น แต่ธนาคารก็ยังจะตั้งเป้าสูงขึ้น เพราะธนาคารกำลังพิจารณาจะเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากขึ้นอีกในปีนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค