
เลิกเน้นปล่อยกู้ภาครัฐกรุงไทยแหยงกำไรต่ำ
“กรุงไทย” โบกมือลาสินเชื่อภาครัฐ กำไรต่ำไม่คุ้ม เก็บเงินลุยปล่อยเอกชน
“กรุงไทย” โบกมือลาสินเชื่อภาครัฐ กำไรต่ำไม่คุ้ม เก็บเงินลุยปล่อยเอกชน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคาร จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างสินเชื่อใหม่ด้วยการลดสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐ แต่จะหันไปเน้นบริษัทเอกชนมากขึ้นเนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยปีนี้ธนาคารไม่ได้ตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อภาครัฐ ต่างจากปีก่อนที่จะมีการตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะปล่อยสินเชื่อเท่าไร แต่จะไม่ทิ้งการเข้าร่วมประมูลสินเชื่อ และจะตั้งราคาที่สูงกว่าเดิม
“ปีก่อนตั้งเป้าว่าต้องประมูลสินเชื่อภาครัฐให้ได้ครึ่งหนึ่งจากที่เปิดประมูล แต่ปีนี้ไม่ตั้งเป้า ถ้ามีก็จะเข้าร่วม แต่ราคาที่ประมูลอาจแพงหน่อย” นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สินเชื่อภาครัฐเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ได้ผลตอบแทนต่ำ การประมูลบางครั้งได้กำไรแค่ 1% บางโครงการได้ต่ำกว่า 1% บางครั้งทำแล้วไม่ค่อยได้กำไร เมื่อหักจากต้นทุนการเงินแฝงที่มาจากการนำส่งเงินฝากปีละ 0.4% ให้กับสถาบันประกันเงินฝาก รวมทั้งภาษีที่ต้องจ่าย
ปัจจุบันสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย 60% เป็นสินเชื่อเอกชน อีก 20% เป็นสินเชื่อลูกค้ารายย่อย และ 20% เป็นสินเชื่อภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สินเชื่อไตรมาสแรกปีนี้ทำได้ดีเกินเป้าหมาย จากสินเชื่อภาคเอกชนมากที่สุด เนื่องจากมีการทยอยเบิกจ่ายในโครงการที่วางแผนตั้งแต่ปีก่อน ขณะที่สินเชื่อลูกค้ารายย่อยก็เติบโตกว่า 10% ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอียังไม่ค่อยมาก แต่ยังอยู่ในเป้าหมาย
อย่างไรก็ดี ยังมีธุรกิจที่อยู่ระหว่างหารือลงทุนเพื่อควบรวมกิจการอยู่อีกจำนวนหนึ่ง
บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า ในไตรมาสแรก ธนาคารกรุงไทยจะมีกำไรเติบโต 26.5% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า หรือมีกำไร 4,760 ล้านบาท ถือเป็นสินเชื่อเติบโตสุดในรอบ 14 ไตรมาสที่ผ่านมา หรือคิดเป็นการเติบโตสินเชื่อ 7% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่มทั้งลูกค้ารายใหญ่ เอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อยโดยในกลุมสินเชื่อรายใหญ่นั้น ธนาคารได้ปรับโครงสร้างธุรกิจภายใน เพื่อทําให้กระบวนการในการอนุมัติ และปล่อยสินเชื่อรวดเร็วขึ้นมากจากเดิมซึ่งเห็นผลบวกที่ชัดเจนมากในไตรมาสนี้ ขณะที่ส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวขึ้นมาที่ 3.17% ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับเพิ่มดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝาก 0.325-0.5% ในช่วงที่ผ่านมาด้วย







