
CPNส่งซิกรายได้โต15%
‘ศก.การเมือง’ช่วยดันกำลังซื้อสึนามิไม่กระทบ
‘ศก.การเมือง’ช่วยดันกำลังซื้อสึนามิไม่กระทบ
“เซ็นทรัลพัฒนา” เผยภัยญี่ปุ่นไม่กระทบยอดขายลูกค้าประเภทร้านค้า ชี้เงินเฟ้อไม่น่าห่วง ได้เงินเลือกตั้งหนุนกำลังซื้อ มั่นใจรายได้โต 15%
นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า ลูกค้าร้านค้า และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ (ไฮเปอร์มาร์เก็ต) ไม่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น และความรุนแรงในลิเบีย ขณะเดียวกันยอดขายเดือนต่อเดือนกลับสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งผู้บริโภคมีความมั่นใจเศรษฐกิจและการเมืองมากขึ้น จนทำให้การบริโภคกลับไปอยู่ในภาวะที่ปกติ
นอกจากนี้ CPN ไม่มีความกังวลเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูง เพราะมั่นใจกำลังซื้อที่ฟื้นตัวสามารถสร้างสมดุลกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นได้จากปัจจัยเอื้ออำนวยหลายด้าน ทั้งการเลือกตั้งทำให้เศรษฐกิจและเงินสะพัด รวมถึงสินค้าเกษตรยังมีราคาดี ส่วนราคาน้ำมันคาดว่าเริ่มกระทบในครึ่งปีหลัง และกระทบกลุ่มส่งออกมากกว่า
นายกอบชัย คาดรายได้ปีนี้โต 15% จากปีก่อน ตามกำลังซื้อที่ฟื้นตัว การเปิดสาขาลาดพร้าวในเดือน ส.ค.นี้ การรับรู้รายได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์เต็มปี และอัตราค่าเช่าเพิ่ม 45% ปัจจุบันอัตราการเช่าเพิ่มเป็น 95-96% จากปีก่อน 94%
ขณะที่ระยะยาวคาดว่าการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 15% ไปถึงปี 2558 จะเห็นสัดส่วนรายได้มาจากต่างประเทศ 5% และในประเทศ 95% โดยใช้นโยบายเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทในท้องถิ่น ซึ่งบริษัทตั้งใจจะถือหุ้น 20-30% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะเข้าไปลงทุนในเมืองไหนของจีน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเสิ่นเจิ้น
สำหรับกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปต่างจังหวัดในประเทศที่มีห้างสรรพสินค้าในจังหวัดหรือเมืองน้อย เพื่อเป็นผู้นำและมีอำนาจในการกำหนดอัตราค่าเช่าได้ ขณะนี้กำลังพิจารณาที่ประเทศจีน 23 เมืองที่มีศักยภาพน่าเข้าไปลงทุนทั้งหมด 20-25 เมือง
ด้านการตลาดในประเทศยังเติบโตได้ต่อเนื่อง มีโอกาสทำการตลาดอีก 70 จังหวัด ปัจจุบันบริษัทมีห้างสรรพสินค้าครอบคลุมเพียง 6 จังหวัดเท่านั้น คาดขยายสาขาปีละ 3 แห่ง ใช้เงินลงทุนปีละ 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังบริหารความเสี่ยงดอกเบี้ยขาขึ้น โดย CPN จะขยายอัตราดอกเบี้ยคงที่เป็น 80-90% จากปัจจุบัน 60-70% ต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.3%
สำหรับการประกันภัย คาดว่าปีนี้ได้รับเบี้ยประกันภัยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง 2,800 ล้านบาท จากวงเงินประกัน 3,500 ล้านบาท บันทึกเป็นกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดว่าไตรมาส 2 ปีนี้ เงินทุนยังไหลออกจากไทยต่อเนื่อง และทำให้ตลาดหุ้นไทยราคาถูกกว่าตลาดหุ้นโลก โดยดัชนีกลับไปซื้อขายด้วยสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ที่คาดหวัง 12-13 เท่า หรือ 9971,084 จุด ใน 3 เดือนข้างหน้า (ลดช่วงการซื้อขายจากเดิมที่เคยสูง 1415 เท่า ปี 2553) จึงลดเป้าดัชนีสิ้นปีนี้มาที่ 1,163 จุด พีอี 14 เท่า จากก่อนหน้านี้อิงที่ 15 เท่า ซึ่งเป็นช่วงที่เงินทุนไหลเข้าหนุนอยู่







